ธุรกิจที่มีเว็บไซต์ต้องรู้จัก PHP
PHP คืออะไร? ทำความรู้จักภาษาที่ใช้พัฒนาเว็บไซต์
รู้จักว่า PHP คืออะไร ?
PHP (PHP: Hypertext Preprocessor) คือภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ (Server-side Scripting Language) นิยมใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์และเว็บแอปพลิเคชัน สามารถประมวลผลข้อมูล เชื่อมต่อฐานข้อมูล และจัดการการทำงานเบื้องหลังของเว็บไซต์ได้
ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ที่พัฒนาด้วย WordPress ใช้ PHP เป็นส่วนสำคัญในการทำงาน รวมถึงเว็บไซต์ที่มีระบบสมาชิก แบบฟอร์มติดต่อ หรือระบบจัดการข้อมูลลูกค้า
สำหรับธุรกิจที่ทำ Google Ads เว็บไซต์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแสดงข้อมูลสินค้าและบริการเท่านั้น แต่การทำเว็บไซต์ธุรกิจยังเป็นพื้นที่ที่ผู้เข้าชมสามารถดำเนินการตามเป้าหมายของโฆษณาได้ เช่น กรอกแบบฟอร์ม ขอใบเสนอราคา โทรศัพท์ติดต่อ หรือสั่งซื้อสินค้า
ดังนั้น PHP จึงสามารถเข้ามามีบทบาทในการจัดการข้อมูลและพัฒนาระบบเบื้องหลังที่สนับสนุนการทำงานของเว็บไซต์ได้
PHP เกี่ยวข้องกับการทำ Google Ads อย่างไร?
PHP ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับสร้างหรือจัดการแคมเปญ Google Ads โดยตรง แต่สามารถนำมาใช้พัฒนาระบบเว็บไซต์ที่รองรับการติดตามผลและการจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาได้
ตัวอย่างการใช้งานมีดังนี้
1. ช่วยพัฒนาระบบติดตาม Conversion
Conversion คือการกระทำที่ธุรกิจต้องการให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ทำหลังจากเห็นหรือคลิกโฆษณา เช่น การซื้อสินค้า การส่งแบบฟอร์ม หรือการสมัครสมาชิก
PHP สามารถใช้พัฒนาระบบหลังบ้านที่ตรวจสอบและบันทึกการกระทำเหล่านี้ได้ เช่น เมื่อมีลูกค้าส่งแบบฟอร์มขอใบเสนอราคา เว็บไซต์อาจบันทึกข้อมูลการส่งแบบฟอร์มและสร้างรายการ Conversion สำหรับนำไปประมวลผลต่อ
อย่างไรก็ตาม การใช้ PHP ไม่ได้ทำให้ Google Ads ติดตาม Conversion ได้โดยอัตโนมัติ จำเป็นต้องตั้งค่าระบบส่งข้อมูลให้เชื่อมต่อกับเครื่องมือวัดผลที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องด้วย
2. ช่วยเชื่อมต่อข้อมูล Conversion จากเว็บไซต์
ธุรกิจบางประเภทไม่ได้ปิดการขายทันทีบนเว็บไซต์ แต่ต้องให้พนักงานติดต่อกลับเพื่อเสนอราคา นัดหมาย หรือให้คำปรึกษาก่อน
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่ทำ Google Ads เพื่อหาลูกค้าสำหรับบริการของบริษัท อาจได้รับข้อมูลจากแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ ก่อนที่ทีมขายจะติดต่อลูกค้าและปิดการขายในภายหลัง
PHP สามารถช่วยพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลและเชื่อมต่อกับระบบอื่น เพื่อส่งข้อมูล Conversion ที่เกิดขึ้นภายหลังกลับไปยัง Google Ads ผ่านวิธีการที่รองรับ เช่น Google Ads API หรือระบบนำเข้า Conversion ออฟไลน์ตามรูปแบบที่กำหนด
การทำงานลักษณะนี้ช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสวัดผลได้ลึกกว่าการนับเพียงจำนวนผู้ส่งแบบฟอร์ม โดยสามารถนำข้อมูลคุณภาพของลูกค้าและผลการขายมาประกอบการประเมินประสิทธิภาพโฆษณาได้
ทั้งนี้ ต้องออกแบบการเชื่อมต่อข้อมูลและตรวจสอบเงื่อนไขการจับคู่ Conversion ให้ถูกต้อง รวมถึงปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวและการใช้ข้อมูลของ Google
3. ช่วยจัดการข้อมูลจากแบบฟอร์มโฆษณา
เมื่อผู้ใช้งานคลิกโฆษณา Google Ads แล้วเข้าสู่หน้า Landing Page เป้าหมายสำคัญอาจเป็นการกรอกแบบฟอร์มเพื่อให้ธุรกิจติดต่อกลับ
PHP สามารถนำมาใช้จัดการการทำงานของแบบฟอร์ม เช่น
- ตรวจสอบข้อมูลที่ผู้ใช้งานกรอก
- บันทึกข้อมูลลูกค้าลงฐานข้อมูล
- ส่งข้อมูลไปยังระบบ CRM ที่รองรับ
- บันทึกวันที่และเวลาที่ได้รับข้อมูล
- จัดการสถานะของลูกค้าในระบบหลังบ้าน
หากออกแบบระบบให้เหมาะสม ธุรกิจจะสามารถติดตามข้อมูลลูกค้าตั้งแต่การส่งแบบฟอร์มไปจนถึงการติดต่อและปิดการขายได้สะดวกขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวยังช่วยให้ทีมการตลาดประเมินได้ว่าแคมเปญ Google Ads สร้างโอกาสทางธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด
4. ช่วยพัฒนาระบบบันทึกข้อมูลแคมเปญ
การทำ Google Ads มักมีการใช้ URL ที่ติดพารามิเตอร์ UTM เพื่อช่วยระบุแหล่งที่มาของผู้เข้าชมเว็บไซต์ เช่น แคมเปญ สื่อโฆษณา หรือกลุ่มโฆษณาที่นำผู้ใช้งานเข้ามา
PHP สามารถใช้ช่วยจัดการหรือบันทึกพารามิเตอร์เหล่านี้เมื่อผู้เข้าชมเข้าสู่เว็บไซต์ได้ โดยต้องออกแบบให้ข้อมูลถูกส่งต่อและจัดเก็บอย่างเหมาะสม
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจอาจต้องการตรวจสอบว่าแบบฟอร์มที่ได้รับมาจากแคมเปญใด หรือมีลูกค้าติดต่อเข้ามาจากช่องทางไหนมากที่สุด
เมื่อมีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ธุรกิจจะสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ร่วมกับผลการทำโฆษณาและข้อมูลการขาย เพื่อประกอบการตัดสินใจปรับปรุงแคมเปญในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การเก็บ UTM เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถระบุ Conversion ใน Google Ads ได้ครบถ้วน จำเป็นต้องกำหนดระบบติดตามและการส่งข้อมูลให้สอดคล้องกันด้วย
PHP ใช้ติดตั้ง Google Ads Conversion Tracking ได้หรือไม่?
สามารถใช้ PHP เป็นส่วนหนึ่งของระบบติดตาม Conversion ได้ แต่ต้องเข้าใจว่า PHP และ Google Ads Conversion Tracking ทำหน้าที่ต่างกัน
โดยทั่วไป การติดตาม Conversion บนเว็บไซต์สามารถทำได้หลายวิธี เช่น
| เครื่องมือหรือเทคโนโลยี | หน้าที่หลัก |
|---|---|
| Google tag | ส่งข้อมูลเหตุการณ์จากเว็บไซต์ไปยังบริการของ Google ตามการตั้งค่า |
| Google Tag Manager | จัดการแท็กและกำหนดเงื่อนไขการทำงานของแท็ก |
| PHP | ประมวลผลข้อมูลฝั่งเซิร์ฟเวอร์ และพัฒนาระบบบันทึกหรือส่งต่อข้อมูล |
| Google Analytics 4 (GA4) | วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานและเหตุการณ์บนเว็บไซต์ |
| Google Ads API | เชื่อมต่อและจัดการข้อมูล Google Ads ผ่าน API รวมถึงรองรับการทำงานด้าน Conversion บางรูปแบบ |
ตัวอย่างเช่น หากธุรกิจต้องการติดตามจำนวนผู้ที่ส่งแบบฟอร์มขอใบเสนอราคา อาจใช้ Google tag หรือ Google Tag Manager ตั้งค่าการวัดผลเมื่อส่งแบบฟอร์มสำเร็จได้ โดยไม่จำเป็นต้องเขียน PHP เพิ่มในทุกกรณี
แต่ถ้าธุรกิจต้องการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบหลังบ้าน เช่น สถานะลูกค้าเป้าหมายหรือยอดขายที่เกิดขึ้นหลังจากพนักงานติดต่อลูกค้าแล้ว อาจจำเป็นต้องพัฒนาระบบเพิ่มเติม ซึ่ง PHP เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่นำมาใช้ได้
ดังนั้น การเลือกวิธีติดตาม Conversion ควรพิจารณาจากโครงสร้างเว็บไซต์ รูปแบบธุรกิจ และข้อมูลที่ต้องการวัดผล ไม่จำเป็นต้องใช้ PHP เสมอไป
ทำไมการติดตาม Conversion จึงสำคัญต่อการทำ Google Ads?
การทำ Google Ads โดยไม่ตั้งค่าระบบวัดผลที่เหมาะสม อาจทำให้ธุรกิจทราบเพียงจำนวนคลิกหรือจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ แต่ไม่สามารถประเมินได้ชัดเจนว่าโฆษณาสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด
การติดตาม Conversion ช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญ เช่น
จำนวน Conversion: ตรวจสอบว่าโฆษณาสร้างการกระทำตามเป้าหมายได้กี่ครั้ง
Cost per Conversion: ประเมินต้นทุนเฉลี่ยต่อ Conversion เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแคมเปญ
คุณภาพของลูกค้าเป้าหมาย: พิจารณาว่าผู้ที่ติดต่อเข้ามามีโอกาสซื้อสินค้าหรือใช้บริการจริงมากน้อยเพียงใด โดยอาจต้องเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบขายเพิ่มเติม
ยอดขายและรายได้: สำหรับธุรกิจที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการขายกับข้อมูลโฆษณาได้ จะช่วยให้ประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณาได้แม่นยำขึ้น
เมื่อมีข้อมูลที่เหมาะสม ธุรกิจและผู้ดูแลโฆษณาสามารถนำผลลัพธ์ไปใช้ปรับปรุงคีย์เวิร์ด กลุ่มเป้าหมาย แคมเปญ และหน้า Landing Page ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ การตั้งค่า Conversion ที่ถูกต้องเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวัดผล ยังต้องพิจารณาความถูกต้องของข้อมูล การตั้งค่า Attribution และข้อจำกัดในการติดตามข้อมูลร่วมด้วย
เว็บไซต์ WordPress ต้องใช้ PHP เพิ่มเติมเพื่อทำ Google Ads หรือไม่?
เว็บไซต์ WordPress ใช้ PHP เป็นส่วนหนึ่งของระบบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเว็บไซต์จำเป็นต้องเขียนโค้ด PHP เพิ่มเพื่อทำ Google Ads
หากต้องการติดตาม Conversion พื้นฐาน เช่น การส่งแบบฟอร์ม การคลิกปุ่มโทรศัพท์ หรือการซื้อสินค้า อาจสามารถตั้งค่าผ่าน Google Tag Manager ปลั๊กอิน หรือเครื่องมือที่เว็บไซต์รองรับได้
แต่หากธุรกิจมีความต้องการเฉพาะ เช่น
- เชื่อมต่อข้อมูลลูกค้าจากเว็บไซต์กับระบบ CRM
- ติดตามสถานะลูกค้าจนถึงการปิดการขาย
- ส่งข้อมูล Conversion จากระบบหลังบ้านกลับไปยัง Google Ads
- พัฒนาระบบบันทึกข้อมูลแคมเปญเพิ่มเติม
อาจต้องปรับแต่งระบบหรือพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม โดยพิจารณาว่าควรใช้ PHP หรือเทคโนโลยีอื่นให้เหมาะกับระบบเดิม
ก่อนปรับแต่งเว็บไซต์ ควรสำรองข้อมูลและทดสอบในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้การเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อการทำงานของเว็บไซต์
ส่งข้อมูลถึงเรา
ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!



