The Psychology of Love: เจาะลึกจิตวิทยา การตลาด วาเลนไทน์
การตลาด วาเลนไทน์ ทำไมคนถึงยอมจ่ายหนักเพื่อความรัก?
วันวาเลนไทน์เป็นเทศกาลแห่งความรัก ที่ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยสูง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้า การท่องเที่ยว หรือบริการต่างๆ การต้องการซื้อสินค้าสูง ส่งผลให้สินค้าที่ขายดีในช่วงวันวาเลนไทน์มักราคาสูงขึ้นตาม เช่น ดอกไม้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนซื้อน้อยลงเลย เพราะอะไรกัน?
🧠 1. พฤติกรรมผู้บริโภคไทยช่วงวันวาเลนไทน์
📌 คนไทยให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์
ผลสำรวจในไทยพบว่า คนไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองวันวาเลนไทน์ โดยกิจกรรมยอดนิยมคือการออกไปเดทและดินเนอร์โรแมนติกกับคนรัก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเทศกาลนี้เชื่อมโยงกับ การแสดงออกซึ่งความรักอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงความรู้สึกในใจ
💰 การใช้จ่ายที่มีมูลค่าสูง
จากข้อมูลพบว่า
-
ยอดใช้จ่ายวันวาเลนไทน์ในไทยอยู่ในหลัก พันล้านบาท
-
และเติบโตขึ้นในแต่ละปี แสดงให้เห็นว่าคนไทยพร้อมที่จะลงทุนเวลาและเงินเพื่อแสดงความรักผ่านการให้ของขวัญและกิจกรรมร่วมกัน
🛒 ช่องทางการซื้อและรูปแบบที่นิยม
คนไทยจำนวนมากเลือกซื้อของขวัญผ่าน ช่องทางออนไลน์ มากขึ้น โดยพิจารณาจากราคาที่คุ้มค่า ความสะดวก และความหลากหลายของสินค้า
สัดส่วนการตัดสินใจซื้อเปลี่ยนไปจากร้านค้าปลีกแบบเดิมสู่การซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น
📌 2. จิตวิทยาการตัดสินใจ: ทำไมคนถึงซื้อของในวันวาเลนไทน์
🔹 2.1 Emotional Activation (อารมณ์นำการตัดสินใจ)
วันวาเลนไทน์กระตุ้นอารมณ์รัก ความคิดถึง และความผูกพัน ซึ่งอารมณ์เหล่านี้มีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อ
ผู้บริโภคไม่ได้เพียงซื้อสินค้า แต่ ซื้อความรู้สึก เช่น ต้องการให้คู่รักรู้สึกพิเศษ รู้สึกว่าความรักมีคุณค่า หรือแสดงความใส่ใจ
🔹 2.2 Social Norms (บรรทัดฐานทางสังคม)
แรงกดดันทางสังคม เช่น ความคาดหวังจากเพื่อน ครอบครัว หรือสื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้หลายคนรู้สึกว่า
“ถ้าไม่ฉลองหรือซื้อของให้ในวันวาเลนไทน์ก็เหมือนขาดความใส่ใจ”
แนวคิดนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เทศกาลมีการใช้จ่ายสูง แม้เป็นเทศกาลสั้น ๆ แค่วันเดียว
🔹 2.3 Reward & Loss Aversion (ผลตอบแทนและการกลัวการสูญเสีย)
ในจิตวิทยาการตัดสินใจของมนุษย์มีแรงผลักดันสองอย่างสำคัญคือ
-
ความคาดหวังว่าการกระทำนี้จะนำมาซึ่งสิ่งดี ๆ
-
ความกลัวเสียโอกาสหรือเสียงหน้า
สำหรับวันวาเลนไทน์:
ถ้าซื้อของขวัญ — อาจได้รับรอยยิ้มและความสุข
แต่ถ้าไม่ซื้อ — อาจรู้สึกผิดหวังหรือถูกมองว่าไม่ใส่ใจ
นี่คือเหตุผลที่หลายคนยอม เพิ่มงบประมาณ มากกว่าปกติในช่วงนี้
💡 3. Insight สำคัญที่นักการตลาดไทยต้องรู้
🎯 3.1 “ความรู้สึกร่วม” ชนะแค่การลดราคา
การทำโปรโมชั่นลดราคาเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคไทยในช่วงวันวาเลนไทน์
เพราะกลไกทางอารมณ์เช่น ความรัก การแสดงความใส่ใจ และการสร้างคุณค่าของเวลา มีผลมากกว่า
👉 แบรนด์ที่ทำได้คือการสื่อสารผ่าน เรื่องราวความรัก ไม่ว่าจะเป็น
-
วิดีโอสั้นที่เล่าเรื่องคู่รัก
-
แคมเปญชวนคู่รักมาร่วมกิจกรรม
-
หรือโปรโมชันที่มอบประสบการณ์ร่วมกัน
🎯 3.2 “Expereinces > Stuff” สำหรับบางกลุ่ม
โดยเฉพาะ กลุ่มคนไทย Gen Z และ Millennials หลายคนแสดงความต้องการ ประสบการณ์ร่วมกัน มากกว่าการได้ของขวัญชิ้นใหญ่
จึงเป็นโอกาสของแบรนด์ที่สามารถขายบริการหรือกิจกรรม เช่น
-
Dinner set
-
Workshop ทำคู่รักด้วยกัน
-
หรือบริการที่สร้าง ‘ช่วงเวลาจดจำ’
🚀 4. กลยุทธ์การตลาดที่ใช้งานได้จริง
📌 4.1 โปรโมชันช่วงเวลาจำกัด + Storytelling
การใช้เวลาและอารมณ์ร่วมกับข้อความทางการตลาด เช่น
-
“โปรสุดพิเศษเฉพาะ 14 ก.พ. เท่านั้น”
-
“ของขวัญที่พูดแทนความรู้สึก”
ช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น
📌 4.2 เชื่อมกับข้อมูลเชิงอารมณ์
เมื่อนักการตลาดเข้าใจว่าความรักเป็นหัวใจของการตัดสินใจ
ข้อความโฆษณา เช่น
“บอกความในใจผ่านของขวัญที่มีความหมาย”
หรือ
“ช่วงเวลาที่จะอยู่ด้วยกันคือของขวัญที่ดีที่สุด”
จะตอบโจทย์อารมณ์และเพิ่ม engagement กับลูกค้า ได้ดีกว่าการเน้นแค่ราคา
🔍 วาเลนไทน์ กับ การตลาด
วันวาเลนไทน์ในบริบทไทยไม่ได้เป็นแค่เทศกาลของคนมีคู่ แต่เป็นโอกาสทางการตลาดเชิงอารมณ์
Insight ที่นักการตลาดต้องจำให้ขึ้นใจ
✔️ คนไทยซื้อของไม่ใช่แค่เพราะราคาหรือส่วนลด
✔️ แต่ซื้อเพื่อแสดงความรู้สึก ใส่ใจ และสร้างความทรงจำร่วมกัน
✔️ การสื่อสารทางอารมณ์แบบ storytelling ที่ส่งเสริม ประสบการณ์ร่วมกัน จะทำให้แคมเปญโดดเด่นและเชื่อมต่อกับผู้บริโภคได้ดีกว่า
📌 อ้างอิง
อ่านเพิ่มเติมได้ที่: thailand4.com (หัวข้อ Valentine’s Day consumer insights 2025)
ส่งข้อมูลถึงเรา
ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!



