ลงข่าว PR ราคาเท่าไหร่?
ราคาสะท้อน “คุณภาพของเว็บที่ข่าวจะไปปรากฏ” ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจ
ถ้าคุณกำลังคิดจะลงข่าว PR แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมงบเท่าไหร่ บทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของราคาในตลาด พร้อมอธิบายว่าทำไมราคาถึงต่างกันมาก และควรเลือกแพ็กเกจแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
ลงข่าว PR ราคาเท่าไหร่ในตลาดปัจจุบัน?
ราคาลงข่าว PR ในไทยมีช่วงกว้างมาก ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสนบาทต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเลือกลงที่ไหน ราคาในตลาดแบ่งออกได้ประมาณนี้
- ลงเว็บข่าวขนาดเล็ก (Freelance/Platform) — 300–1,500 บาท/ชิ้น คุณภาพสื่อไม่แน่นอน ผู้อ่านน้อย
- แพ็กเกจ Agency ระดับกลาง — 5,000–20,000 บาท รวมหลายเว็บ บางรายช่วยเขียนข่าวให้
- แพ็กเกจ Agency ครบวงจร — 20,000–60,000 บาท ลงสื่อระดับประเทศ เช่น มติชน กรุงเทพธุรกิจ ไทยรัฐ
ความแตกต่างของราคาไม่ได้แปลว่าของแพงดีเสมอ แต่มักสะท้อน “คุณภาพของเว็บที่ข่าวจะไปปรากฏ” ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกแพ็กเกจ
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ราคาลงข่าว PR ต่างกัน?
หลายคนเปรียบราคาแบบ “จำนวนเว็บเท่ากัน ราคาทำไมต่างกันมาก?” คำตอบอยู่ที่ปัจจัย 4 ข้อนี้
1. Tier ของเว็บไซต์ข่าว
เว็บข่าวในไทยแบ่งออกเป็นระดับ (Tier) ตามจำนวนผู้อ่านและความน่าเชื่อถือ เว็บระดับบนอย่างไทยรัฐ มติชน กรุงเทพธุรกิจ มีผู้อ่านนับล้านคน/เดือน Google ให้ความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรับรู้แบรนด์และโอกาสที่ข่าวจะติดอันดับ Search ในระยะยาว
ในทางกลับกัน เว็บข่าวขนาดเล็กที่ไม่มีคนอ่านจริง แม้ราคาถูก แต่ผลก็น้อยตามไปด้วย เพราะไม่มีคนอ่าน และ Google ก็ไม่ได้ให้น้ำหนักมากนัก
2. บริการเขียนข่าว
แพ็กเกจที่รวม “ช่วยเขียนข่าว” มักราคาสูงกว่าแบบที่ให้ลูกค้าเตรียมเนื้อหามาเองประมาณ 20–40% การเขียนข่าว PR ให้ดีไม่ใช่แค่เรียบเรียงข้อมูล แต่ต้องเข้าใจมุมที่สื่อจะสนใจ ใช้โครงสร้างข่าวที่ถูกต้อง และสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแต่ละช่องทาง
3. จำนวนและความหลากหลายของสื่อ
ลงข่าว 1 เว็บกับลง 10 เว็บราคาย่อมต่างกัน แต่สิ่งที่ต้องดูคือ “ลง 10 เว็บแล้วทับซ้อนกลุ่มเป้าหมายเดิมไหม?” การกระจายข่าวลงสื่อที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายต่างกัน เช่น สื่อธุรกิจ สื่อไลฟ์สไตล์ และสื่อท้องถิ่น ให้ผลดีกว่า ลงสื่อเดิม 10 เว็บซ้ำๆ
4. ความเร็วในการเผยแพร่
บางแพ็กเกจการันตีการลงข่าวภายใน 24–48 ชั่วโมง ขณะที่บางเจ้าใช้เวลา 3–7 วัน ถ้าคุณมีกำหนดการเปิดตัวสินค้าที่ต้องการ timing แม่นยำ ปัจจัยนี้สำคัญมาก
เปรียบเทียบแพ็กเกจลงข่าว PR ของ SMEJUMP
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมขอยกตัวอย่างโครงสร้างแพ็กเกจที่ SMEJUMP ให้บริการอยู่ ออกแบบมาให้เหมาะกับธุรกิจหลายระดับ ตั้งแต่ SME ที่เพิ่งเริ่มทำ PR ไปจนถึงบริษัทที่ต้องการลงสื่อระดับประเทศ
| แพ็กเกจ | ราคา | สื่อที่ได้ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| ประหยัด | 1,900 บาท | 5 เว็บ Tier C (เลือกไม่ได้) | ทดลองทำ PR ครั้งแรก, งบจำกัดมาก |
| Standard | 5,900 บาท | 1 เว็บ Tier B + 2 เว็บ Tier C | SME ที่ต้องการลงสื่อมีคุณภาพ เริ่มสร้างความน่าเชื่อถือ |
| Plus+ | 10,900 บาท | 1 Tier A + 1 Tier B + 2 Tier C | ธุรกิจที่ต้องการ reach กลุ่มกว้างขึ้น |
| Premium | 19,900 บาท | 1 Tier S + 2 Tier A + 2 Tier B | ต้องการลงสื่อระดับประเทศ เช่น มติชน |
| Professional | 39,900 บาท | 1 Tier S + 3 Tier A + 4 Tier B + 4 Tier C | แคมเปญใหญ่ ต้องการ coverage กว้างมาก |
| Exclusive | 59,900 บาท | ไทยรัฐ + 2 Tier S + 4 Tier A + 4 Tier B | ต้องการลงไทยรัฐ + สื่อระดับบนครบชุด |
ทุกแพ็กเกจรวมการเขียนข่าว 1 ชิ้น และภาพกราฟิก 1 ภาพ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเตรียมเนื้อหามาเอง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แพ็กเกจบริการลงข่าว PR ได้เลย
ทำความเข้าใจ Tier ของเว็บข่าว
หลายคนงงกับคำว่า Tier S, A, B, C เลยขออธิบายให้ชัดขึ้น Tier สะท้อนถึงระดับความน่าเชื่อถือและจำนวนผู้อ่านของเว็บข่าวนั้น
- Tier S — สื่อระดับประเทศ เช่น ไทยโพสต์ ฐานเศรษฐกิจ กรุงเทพธุรกิจ ประชาชาติธุรกิจ ผู้อ่านหลักล้านคน/เดือน
- Tier A — สื่อขนาดกลาง-ใหญ่ที่คนรู้จักกว้าง เช่น มติชน Sanook โพสต์ทูเดย์ MONO Mthai
- Tier B — สื่อออนไลน์ที่มีฐานผู้อ่านชัดเจน เช่น ข่าวสด สยามธุรกิจ บ้านเมือง
- Tier C — เว็บข่าวออนไลน์ที่เน้นการกระจาย เช่น aibusinesstoday.com, siamnewstime.com
สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มทำ PR ผมแนะนำให้เริ่มจากแพ็กเกจที่มี Tier B ขึ้นไปอย่างน้อย 1 เว็บ เพราะการปรากฏในสื่อที่คนรู้จักจะสร้างความน่าเชื่อถือได้จริง ต่างจากการลงเว็บ Tier C ล้วนๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินชื่อ
แพ็กเกจไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ?
แทนที่จะบอกว่า “แพ็กเกจนี้ดีที่สุด” ขอให้ถามตัวเองก่อนว่าทำ PR ครั้งนี้เพื่ออะไร เพราะเป้าหมายต่างกัน แพ็กเกจที่เหมาะก็ต่างกัน
เพิ่งเปิดตัวแบรนด์หรือสินค้าใหม่
ถ้าต้องการสร้าง awareness ในวงกว้าง แพ็กเกจ Plus+ หรือ Premium เหมาะกว่า เพราะได้ลงสื่อ Tier A ที่คนรู้จัก ทำให้เมื่อใครค้นหาชื่อแบรนด์หรือสินค้าบน Google มีโอกาสเจอข่าวในสื่อที่น่าเชื่อถือ
ต้องการความน่าเชื่อถือก่อนปิดการขาย
ลูกค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะ B2B หรือสินค้าราคาสูง มักค้นหาข้อมูลบริษัทก่อนตัดสินใจซื้อ การมีข่าวบน Sanook, มติชน หรือโพสต์ทูเดย์ ช่วยให้ผ่านด่านนี้ได้ แพ็กเกจ Standard ถึง Premium เหมาะกับจุดประสงค์นี้โดยตรง
ต้องการทดลองดูว่า PR ได้ผลไหม
ถ้ายังไม่แน่ใจว่า PR จะตอบโจทย์ธุรกิจหรือเปล่า แพ็กเกจประหยัดหรือ Standard เป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่เสี่ยงมาก แต่ควรวางแผนว่าจะวัดผลอย่างไร เช่น ดูยอด branded search เพิ่มขึ้นไหม หรือมีลูกค้าอ้างถึงข่าวที่เห็นบ้างไหม
ต้องการลงไทยรัฐหรือสื่อระดับบนสุด
แพ็กเกจ Exclusive เหมาะกับการลง PR ครั้งสำคัญที่ต้องการให้สื่อใหญ่ที่สุดในประเทศเห็นด้วย เช่น การเปิดตัวบริษัท การระดมทุน หรือการประกาศพันธมิตรทางธุรกิจ
คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ
ก่อนโอนเงิน ผมแนะนำให้ถาม 3 ข้อนี้กับทุกเจ้าที่สนใจ
ข้อแรก ขอดูตัวอย่างข่าวที่เคยลงในสื่อนั้นจริงๆ ได้ไหม บางรายบอกว่า “ลงมติชน” แต่จริงๆ ลงในหน้าย่อยที่คนไม่เจอ ไม่ใช่หน้าหลักของเว็บ
ข้อสอง ข่าวจะอยู่นานแค่ไหน บางเว็บลบข่าวหลัง 3–6 เดือน ขณะที่บางเว็บเก็บไว้ตลอด ซึ่งมีผลต่อ SEO และความน่าเชื่อถือในระยะยาว
ข้อสาม มี report หลังลงข่าวไหม อย่างน้อยควรได้รับ screenshot ของข่าวที่ลงจริง และ URL ที่เข้าถึงได้ เพื่อนำไปใช้ต่อในงานการตลาดอื่น
งบ PR กับโฆษณา ควรสัดส่วนเท่าไหร่?
นี่เป็นคำถามที่เจ้าของธุรกิจถามบ่อย และไม่มีคำตอบตายตัว จากประสบการณ์ที่ SMEJUMP ทำงานกับลูกค้า SME มาหลายปี มักเห็นแนวทางที่ได้ผลดีคือ ถ้ายังไม่เคยทำ PR เลย ลองจัดสรรงบสัก 10–15% ของงบการตลาดรายไตรมาสมาทดลองดู ไม่จำเป็นต้องทำทุกเดือน แต่ทำในช่วงที่มีเรื่องน่าพูดถึง เช่น ครบรอบธุรกิจ เปิดตัวสินค้าใหม่ หรือได้รับรางวัล
ถ้าธุรกิจกำลังอยู่ในช่วง scale หรือต้องการเข้าหาลูกค้า B2B ที่ตัดสินใจช้า การลงทุนกับ PR สม่ำเสมอจะให้ผลตอบแทนระยะยาว ที่โฆษณาออนไลน์ทำแทนไม่ได้
ราคาลงข่าว PR ที่ “คุ้มค่า” ไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุด แต่คือราคาที่ตอบโจทย์เป้าหมายของธุรกิจคุณได้จริง การเลือกสื่อที่คนอ่านจริงและตรงกลุ่มเป้าหมายมักให้ผลดีกว่าการหว่านลงสื่อ Tier เล็กจำนวนมาก แม้จะดูเหมือนคุ้มกว่าในตอนแรกก็ตาม
ส่งข้อมูลถึงเรา
ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!




