การตลาดดิจิทัลช่วงเลือกตั้ง 2569

คนดูเยอะ แต่จะแพงไหม? พร้อมเทคนิคใช้งบอย่างไรให้คุ้ม

ช่วงคริสต์มาส คนค้นหาอะไรใน Google
การตลาดดิจิทัลช่วงเลือกตั้ง

คนดูเยอะ แต่จะแพงไหม? พร้อมเทคนิคใช้งบอย่างไรให้คุ้ม

ช่วงเลือกตั้งมาถึง คุณอาจสังเกตเห็นว่าฟีด Facebook, Instagram หรือ YouTube ของคุณเต็มไปด้วยข่าวการเมือง ผู้สมัคร และการวิเคราะห์ทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ แต่รู้ไหมว่าสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME แล้ว นี่อาจเป็น โอกาสทองในการทำการตลาดดิจิทัล ที่หลายคนมองข้ามไป

หลายคนคิดว่าช่วงเลือกตั้ง = ไม่ควรทำโฆษณา เพราะกลัวคนไม่สนใจ หรือกลัวค่าโฆษณาแพง แต่ความจริงแล้ว คนไทยใช้เวลาออนไลน์เพิ่มขึ้นมากในช่วงนี้ เพื่อติดตามข่าวสาร อัพเดทสถานการณ์ และพูดคุยกับเพื่อนฝูง นี่คือโอกาสที่ธุรกิจคุณจะเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น ถ้ารู้วิธีใช้

ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่า พฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนแปลงอย่างไรในช่วงเลือกตั้ง ค่าโฆษณาจะแพงขึ้นจริงไหม และที่สำคัญคือ คุณจะใช้งบการตลาดดิจิทัลอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ในช่วงเวลาพิเศษนี้

พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนอย่างไรในช่วงเลือกตั้ง?

ก่อนจะวางแผนทำการตลาดดิจิทัล เราต้องเข้าใจก่อนว่าคนไทยมีพฤติกรรมอย่างไรในช่วงเลือกตั้ง จากการสังเกตและข้อมูลที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน 5 ประการ:

1. เวลาหน้าจอเพิ่มขึ้นอย่างมาก

คนไทยใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ข่าวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะในช่วงเย็นหลังเลิกงาน (18:00-22:00 น.) และช่วงสุดสัปดาห์ เพราะต้องการติดตามข่าวสาร การอภิปราย และความคิดเห็นต่างๆ

นี่หมายความว่า Impression ที่คุณได้รับจากโฆษณามีโอกาสสูงขึ้น โดยที่คุณไม่ต้องเพิ่มงบเลย เพียงแค่โฆษณาของคุณยังคงแสดงอยู่ก็จะเข้าถึงคนได้มากขึ้นเอง

2. การใช้งาน Mobile เพิ่มสูงกว่าปกติ

ช่วงเลือกตั้ง คนมักจะเช็คโทรศัพท์บ่อยขึ้น เพื่อดูอัพเดทข่าวสาร ผลโพล หรือความเคลื่อนไหวต่างๆ การโฆษณาที่ออกแบบมาสำหรับ mobile-first จึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. Engagement Rate สูงขึ้น

คนมีอารมณ์ร่วมมากขึ้นในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การแชร์ หรือการกดไลก์ ถ้าคอนเทนต์ของคุณน่าสนใจ มีคุณค่า หรือสร้างอารมณ์ผูกพันได้ มีโอกาสที่จะถูกแชร์และกระจายแบบ organic มากขึ้น

4. Attention Span สั้นลง แต่ Frequency เพิ่ม

แม้คนจะเช็คโทรศัพท์บ่อยขึ้น แต่ attention span ของแต่ละครั้งกลับสั้นลง เพราะมีคอนเทนต์ให้ดูมากมาย นี่หมายความว่า Creative ของคุณต้อง Hook ได้ภายใน 3 วินาทีแรก มิฉะนั้นจะถูก scroll ผ่านทันที

5. กลุ่มคนที่ไม่ค่อยใช้โซเชียลก็กลับมาใช้

ช่วงเลือกตั้งเป็นช่วงที่คนที่ไม่ค่อยเล่นโซเชียลมีเดีย หรือใช้แต่ดูอย่างเดียว จะกลับมา active มากขึ้น นี่คือโอกาสที่คุณจะเข้าถึง audience ที่ปกติเข้าถึงยาก ได้มากขึ้น

ค่าโฆษณาจะแพงขึ้นจริงไหม?

คำตอบคือ: ขึ้นอยู่กับ platform และประเภทโฆษณา

Facebook & Instagram Ads

ในช่วงเลือกตั้ง Meta (Facebook & Instagram) มักจะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับโฆษณาทางการเมืองและประเด็นทางสังคม แต่สำหรับ โฆษณาทางธุรกิจทั่วไป ค่าโฆษณาไม่ได้แพงขึ้นมากนัก บางทีอาจถูกลงด้วยซ้ำ เพราะ:

  • นักการเมืองหรือพรรคการเมืองหลายแห่งถูกจำกัดการโฆษณา ทำให้ competition ลดลง
  • คนที่ทำการตลาดดิจิทัลบางรายหยุดโฆษณาชั่วคราว เพราะกลัวผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม CPM (Cost Per 1,000 Impressions) อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในบางช่วงเวลา เช่น ช่วงก่อนวันเลือกตั้ง 1-2 สัปดาห์ หรือวันประกาศผล

Google Ads

สำหรับ Google Ads ผลกระทบจะน้อยกว่า เพราะ:

  • Search Ads: คนที่ search หาสินค้าหรือบริการของคุณยังคงมีความตั้งใจซื้อเหมือนเดิม
  • Display/YouTube Ads: อาจมี CPM เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มากเท่า Facebook

โดยรวมแล้ว CPC (Cost Per Click) และ CPA (Cost Per Acquisition) มักจะคงที่หรือดีขึ้นด้วยซ้ำ เพราะคนที่คลิกโฆษณาของคุณยังคงเป็นคนที่สนใจสินค้าหรือบริการจริงๆ

TikTok Ads

TikTok มักจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะ algorithm และ content style ของ platform ไม่เน้นข่าวการเมืองมากเท่า Facebook ค่าโฆษณาจึงค่อนข้างคงที่

เทคนิคการตลาดดิจิทัลช่วงเลือกตั้งให้คุ้มค่า

มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุด – คุณจะทำอย่างไรให้การตลาดดิจิทัลในช่วงนี้ได้ผลและคุ้มค่าที่สุด?

1. เน้น Retargeting มากกว่า Cold Audience

ในช่วงที่คนมี attention span สั้น และมีเรื่องให้สนใจเยอะ การโฆษณาให้คนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักแบรนด์คุณมาก่อนจะยากขึ้น แนะนำให้ เพิ่มงบใน retargeting campaigns แทน เช่น:

  • คนที่เคยเข้าเว็บไซต์แล้วแต่ยังไม่ซื้อ
  • คนที่เคย engage กับ Facebook/Instagram page
  • คนที่เคยดู product แต่ไม่ได้ใส่ตะกร้า

เพราะกลุ่มคนเหล่านี้รู้จักคุณอยู่แล้ว โอกาสที่จะ convert สูงกว่า และคุณไม่ต้องแข่งกับข่าวการเมืองเพื่อ grab attention ตั้งแต่ต้น

2. ใช้ Video Ads ที่สั้นและ Catchy

เนื่องจาก attention span สั้นลง ควรใช้ video ads ความยาว 6-15 วินาที ที่มี hook ที่แข็งแรงใน 3 วินาทีแรก หลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องยาว ไปที่ core message และ call-to-action โดยตรง

ตัวอย่างที่ดี:

  • เปิดด้วยคำถามที่น่าสนใจ
  • ใช้ visual ที่สะดุดตา มีสีสันสดใส
  • Text overlay ที่อ่านง่าย เพราะหลายคนดูวิดีโอแบบปิดเสียง

3. หลีกเลี่ยงการใช้สี หรือภาษาที่อาจเข้าใจผิดว่าเกี่ยวกับการเมือง

นี่เป็นข้อควรระวังสำคัญ ในช่วงเลือกตั้ง คนมีความไวต่อสัญลักษณ์ทางการเมืองสูง ดังนั้นควร:

  • หลีกเลี่ยงการใช้สีของพรรคการเมือง โดยเฉพาะในแบนเนอร์หลัก
  • ไม่ใช้คำหรือวลีที่อาจตีความได้ว่าเกี่ยวกับการเมือง เช่น “เลือกเรา”, “ลงคะแนนให้”, “เปลี่ยนแปลง”
  • ไม่แสดงจุดยืนทางการเมือง แม้จะเป็นการส่วนตัว เพราะอาจสูญเสียลูกค้าที่คิดต่างออกไป

ถ้าคุณใช้สีแดง น้ำเงิน เขียว ส้ม ในโฆษณา ให้แน่ใจว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ brand identity ที่ชัดเจน ไม่ได้เพิ่งมาใช้ในช่วงนี้

4. เลือก Timing ให้เหมาะสม

วิเคราะห์ว่า ช่วงไหนคนกำลังเครียดหรือเบื่อข่าวการเมือง แล้วโฆษณาในช่วงนั้น ตัวอย่างเช่น:

  • เช้าตรู่ก่อนเริ่มงาน (6:00-8:00 น.): คนยังไม่ได้เริ่มติดตามข่าวการเมืองจริงจัง
  • พักกลางวัน (12:00-13:00 น.): คนต้องการพักสมองจากข่าวการเมือง
  • ก่อนนอน (22:00-23:00 น.): หลายคนเบื่อข่าวการเมืองแล้ว อยากดูอย่างอื่น

ถ้าธุรกิจของคุณเกี่ยวกับ entertainment, อาหาร, lifestyle โอกาสในช่วงเหล่านี้จะสูงมาก

5. สร้างคอนเทนต์ที่เป็น “Escape” จากข่าวการเมือง

หลายคนเบื่อข่าวการเมืองในช่วงนี้และต้องการ content ที่ให้ความสุข สบายใจ หรือเบาสมอง การสร้างคอนเทนต์ประเภทนี้จะได้รับการตอบรับดีมาก:

  • Meme หรือ Funny Content ที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง
  • Tutorial หรือ How-to ที่เป็นประโยชน์
  • Behind the Scenes ของแบรนด์หรือทีมงาน
  • User-Generated Content ที่แสดงความสุขของลูกค้า

เป้าหมายคือทำให้คนรู้สึกว่า “โอ้ ดีใจที่เจอโฆษณานี้ เป็นพักสมองจากข่าวการเมือง”

6. เพิ่มงบใน Search Ads

ในช่วงที่ Social Media คับคั่งไปด้วยข่าวการเมือง Google Search Ads กลายเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะ:

  • คนที่ search มี intent ชัดเจนในการหาข้อมูลหรือซื้อสินค้า
  • ไม่มีข่าวการเมืองมารบกวน
  • Competition บน search อาจลดลง ถ้าคู่แข่งหยุดโฆษณา

นี่คือโอกาสที่ดีในการเพิ่ม budget ใน branded keywords และ high-intent keywords ที่เคยแข่งกันสูง

7. ทดสอบ Placement ใหม่ๆ

ในช่วงที่ behavior เปลี่ยน ลองทดสอบ ad placement ที่ปกติอาจไม่ได้ผลดี เช่น:

  • Instagram Stories: คนเช็คบ่อยขึ้นเพื่อดู update จากเพื่อน
  • YouTube In-Stream: คนอาจหนีไปดู YouTube แทน Facebook เพื่อหลีกข่าวการเมือง
  • Google Discover: คนค้นหาเรื่องอื่นๆ มากขึ้น

อย่าลืมติดตาม performance ของแต่ละ placement อย่างใกล้ชิด เพราะในช่วงนี้ behavior เปลี่ยนได้เร็ว

8. เตรียมพร้อมสำหรับหลังวันเลือกตั้ง

หลังวันเลือกตั้ง 1-2 สัปดาห์ จะเป็นช่วง “Golden Period” สำหรับการตลาดดิจิทัล เพราะ:

  • คนเริ่มเบื่อข่าวการเมืองแล้ว อยากกลับมาใช้ชีวิตปกติ
  • Attention กลับมาสู่เรื่องอื่นๆ อย่างเต็มที่
  • ค่าโฆษณากลับมาปกติหรือถูกลงกว่าปกติ
  • Competition ลดลง เพราะหลายธุรกิจยังไม่กลับมาโฆษณา

เตรียม campaign พิเศษหรือโปรโมชั่นสำหรับช่วงนี้ไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้

กลยุทธ์เฉพาะตามประเภทธุรกิจ

การตลาดดิจิทัลในช่วงเลือกตั้งไม่ได้เหมือนกันทุกธุรกิจ มาดูว่าธุรกิจแต่ละประเภทควรปรับกลยุทธ์อย่างไร:

ร้านอาหาร / คาเฟ่

  • เน้นโปรโมท delivery และ takeaway เพราะคนอาจไม่อยากออกไปไหนในวันเลือกตั้ง
  • สร้าง content เกี่ยวกับอาหารที่ “เติมพลัง” หลังไปใช้สิทธิ์
  • เสนอโปรโมชั่นพิเศษในวันเลือกตั้ง (เช่น ส่วนลด 10% สำหรับคนที่แสดงหลักฐานการใช้สิทธิ์)

ร้านค้าปลีก / E-commerce

  • เน้น retargeting และ abandoned cart campaigns
  • ใช้ video ads สั้นๆ แสดงสินค้าใหม่หรือโปรโมชั่น
  • เพิ่มงบใน Google Shopping Ads

บริการ B2B

  • เน้น LinkedIn Ads มากขึ้น เพราะ professional audience มักแยกการเมืองออกจากงาน
  • สร้าง thought leadership content ที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง
  • เพิ่ม email marketing เพราะคนเช็คอีเมลงานตามปกติ

ธุรกิจท่องเที่ยว

  • โปรโมท “พักผ่อนหลังเลือกตั้ง” packages
  • เน้นภาพสวยๆ ที่ชวนให้หนีความวุ่นวาย
  • ใช้ hashtags เกี่ยวกับการผ่อนคลาย ไม่ใช่การเมือง

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

นอกจากกลยุทธ์ที่ควรทำแล้ว มีบางสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งในช่วงนี้:

1. การโพสต์หรือโฆษณาเกี่ยวกับการเมือง

แม้คุณจะมีจุดยืนทางการเมืองของตัวเอง แต่การนำมาใช้ในการทำการตลาดของธุรกิจอาจสร้างความแตกแยกและทำให้สูญเสียลูกค้า ถ้าธุรกิจของคุณไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรง ให้เป็นกลางเสมอ

2. การใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งทางการเมือง

การสร้างคอนเทนต์หรือโฆษณาที่พยายามใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งหรือความแตกต่างทางการเมืองเพื่อดึงดูดความสนใจอาจกลับมาทำลายแบรนด์ในระยะยาว

3. การหยุดโฆษณาทั้งหมด

นี่คือความผิดพลาดที่หลายธุรกิจทำ ช่วงเลือกตั้งไม่ใช่ช่วงที่ต้องหยุดการตลาดดิจิทัลทั้งหมด แค่ต้องปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม การหยุดโฆษณาอาจทำให้คุณพลาดโอกาสและเสีย momentum

4. การตอบโต้คอมเมนต์ทางการเมืองในเพจธุรกิจ

ถ้ามีคนมาคอมเมนต์เกี่ยวกับการเมืองในโพสต์ของคุณ อย่าตอบโต้หรือเข้าไปถกเถียง แนะนำให้:

  • Delete หรือ hide comment ที่ไม่เหมาะสม
  • ตอบกลับอย่างสุภาพว่าเพจเป็นพื้นที่สำหรับพูดคุยเกี่ยวกับสินค้า/บริการเท่านั้น
  • ไม่แสดงจุดยืนทางการเมืองของแบรนด์

การวัดผลและปรับกลยุทธ์

ในช่วงที่ behavior เปลี่ยนแปลงเร็ว การติดตาม metrics อย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ:

Metrics ที่ต้องจับตา:

  • CTR (Click-Through Rate): ถ้าลดลงมาก อาจหมายความว่า creative ไม่ดึงดูดความสนใจพอ
  • CPM และ CPC: เช็คว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากหรือไม่ ถ้าเพิ่มขึ้นมาก อาจต้องเปลี่ยน strategy
  • Conversion Rate: นี่คือตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุด ถ้ายังคงดีหรือดีขึ้น แสดงว่ากลยุทธ์ใช้ได้ผล
  • Time on Site: ถ้าคนเข้ามาเว็บไซต์แต่อยู่สั้นกว่าปกติ อาจหมายความว่า landing page ไม่ตรงกับความคาดหวัง
  • Bounce Rate: เช็คว่ามีการเพิ่มขึ้นหรือไม่ในช่วงนี้

ปรับ Budget แบบ Dynamic

อย่าตั้งงบไว้แล้วทิ้งไว้ตลอดช่วงเลือกตั้ง แนะนำให้:

  • ลดงบในช่วง 2-3 วันก่อนวันเลือกตั้งและในวันเลือกตั้ง เพราะคนสนใจข่าวการเมืองเป็นหลัก
  • เพิ่มงบในช่วง 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง เมื่อคนเริ่มกลับมาสนใจเรื่องอื่น
  • ย้ายงบระหว่าง platform ตาม performance จริง

A/B Testing อย่างต่อเนื่อง

ทดสอบทุกอย่าง:

  • Creative ที่มี tone ต่างกัน (สนุกสนาน vs. จริงจัง)
  • Placement ต่างๆ
  • เวลาในการโฆษณา
  • Copy ที่ใช้คำต่างกัน

แล้วเลือกใช้สิ่งที่ได้ผลดีที่สุดในช่วงนี้

ความท้าทายของช่วงเลือกตั้งกลายเป็นโอกาสได้

หลายธุรกิจมองช่วงเลือกตั้งเป็นช่วงที่ยากสำหรับการตลาดดิจิทัล แต่ถ้าคุณเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค วางแผนที่ดี และปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม ช่วงนี้กลับกลายเป็น โอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยที่งบประมาณอาจไม่ต้องเพิ่มเลย หรือเพิ่มเล็กน้อย

สิ่งสำคัญคือ อย่าหยุดการตลาด แต่ต้องฉลาดในการปรับตัว หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ควรทำ เน้นสิ่งที่มีโอกาสสำเร็จสูง และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป

ถ้าคุณรู้สึกว่าการจัดการทั้งหมดนี้ด้วยตัวเองในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วนั้นท่วมท้น การมีพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจตลาดไทยและสามารถช่วยวางกลยุทธ์แบบ real-time จะทำให้คุณใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ได้เต็มที่ รับทำการตลาดออนไลน์ที่มีประสบการณ์จะช่วยคุณนำทางผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ได้อย่างมั่นใจ และเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ

จำไว้ว่า: การตลาดดิจิทัลในช่วงเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องทำให้ถูกวิธี

แจก E-book Google VS Facebook ฟรี!!!

เพียงส่งโค้ดในหน้าเว็บนี้เข้ามาที่ไลน์

ส่งข้อมูลถึงเรา

ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!






    คุยกับเราทางไลน์

    เพิ่มเพื่อน