รู้จักกับ E-commerce หรือ อีคอมเมิร์ซ
E commerce คืออะไร? เจาะลึกโลกช้อปปิ้งออนไลน์
ย่อมาจาก Electronic Commerce หรือในภาษาไทยเรียกว่า “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์”
คือ การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้า ชำระเงิน หรือการติดต่อกับลูกค้า ทุกขั้นตอนสามารถดำเนินการได้บนแพลตฟอร์มดิจิทัล
ตัวอย่างของ Ecommerce ได้แก่
- เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์
- ร้านค้าใน Marketplace
- แอปพลิเคชันซื้อขายสินค้า
- ธุรกิจที่รับชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์
ปัจจุบัน Ecommerce ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขายสินค้าทั่วไป แต่ยังรวมถึงการขายบริการ คอร์สเรียนออนไลน์ และสินค้าดิจิทัลอีกด้วย
E commerce ทำงานอย่างไร?
ระบบ Ecommerce โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้
- ลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์
- เลือกสินค้าและเพิ่มลงตะกร้า
- กรอกข้อมูลการจัดส่ง
- ชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์
- ผู้ขายดำเนินการจัดส่งสินค้า
- ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการหลังการขาย
กระบวนการทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริง
ประเภทของ E-commerce ที่พบบ่อยที่สุด
เราสามารถแบ่งประเภทของ E-commerce ได้ตามกลุ่มผู้ซื้อและผู้ขาย โดยหลักๆ ที่เราเห็นในชีวิตประจำวัน มีดังนี้ครับ:
-
B2C (Business-to-Consumer): ธุรกิจขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง เป็นรูปแบบที่เราคุ้นเคยที่สุด เช่น แบรนด์เสื้อผ้าเปิดเว็บไซต์ขายของตัวเอง หรือร้านค้าอย่างเป็นทางการบน Shopee/Lazada
-
B2B (Business-to-Business): ธุรกิจขายสินค้าหรือบริการให้กับอีกธุรกิจหนึ่ง เช่น โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ขายกล่องกระดาษล็อตใหญ่ให้บริษัทขนส่งผ่านระบบออนไลน์
-
C2C (Consumer-to-Consumer): ผู้บริโภคขายสินค้าให้กับผู้บริโภคด้วยกันเอง เช่น การส่งต่อเสื้อผ้ามือสองในกลุ่ม Facebook, การขายของส่วนตัวบนกลุ่ม Line หรือแพลตฟอร์มอย่าง Kaidee
-
D2C (Direct-to-Consumer): แบรนด์ผู้ผลิตตัดตัวกลาง (พ่อค้าคนกลาง) ออก แล้วขายตรงสู่ลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของตัวเองเพื่อทำกำไรและเก็บข้อมูลลูกค้าได้เต็มที่
ข้อดีของการทำ E commerce
1. เปิดขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ลูกค้าสามารถเข้ามาซื้อสินค้าได้ทุกเวลา ไม่จำกัดเฉพาะเวลาทำการเหมือนหน้าร้านทั่วไป
2. เข้าถึงลูกค้าได้ทั่วประเทศและทั่วโลก
ธุรกิจสามารถขายสินค้าให้ลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
3. ลดต้นทุนในการเปิดร้าน
ไม่จำเป็นต้องเช่าพื้นที่หน้าร้านหรือจ้างพนักงานจำนวนมาก
4. วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าได้ง่าย
สามารถติดตามพฤติกรรมลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุงการตลาดและเพิ่มยอดขายได้
5. รองรับการทำการตลาดออนไลน์
สามารถทำการตลาดผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น
- SEO
- Google Ads
- Facebook Ads
- Email Marketing
- Content Marketing
ข้อเสียของ Ecommerce
แม้ Ecommerce จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน ได้แก่
- การแข่งขันสูง
- ลูกค้าไม่สามารถสัมผัสสินค้าจริงก่อนซื้อ
- ต้องมีการบริหารระบบจัดส่งและสต๊อกสินค้า
- ต้องดูแลความปลอดภัยของข้อมูลและระบบชำระเงิน
ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ E commerce?
จริง ๆ แล้ว Ecommerce สามารถนำไปใช้ได้กับธุรกิจแทบทุกประเภท เช่น
- ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น
- เครื่องสำอาง
- อาหารและเครื่องดื่ม
- อุปกรณ์ไอที
- เฟอร์นิเจอร์
- คอร์สเรียนออนไลน์
- บริการให้คำปรึกษา
- ธุรกิจ B2B
หากธุรกิจต้องการเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้า การมีช่องทาง Ecommerce ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน
ส่งข้อมูลถึงเรา
ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!



