ยิงแอดให้ปัง 2026 | 5 กลยุทธ์ที่ธุรกิจต้องรู้เพื่อเอาชนะคู่แข่ง

ธุรกิจที่ยังอยู่รอดและเติบโตได้ในยุคนี้ ไม่ใช่คนที่ใช้งบเยอะที่สุด แต่เป็นคนที่รู้จักใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้อง

ช่วงคริสต์มาส คนค้นหาอะไรใน Google

ยิงแอดให้ปัง 2026 | 5 กลยุทธ์ที่ธุรกิจต้องรู้เพื่อเอาชนะคู่แข่ง

ถ้าคุณเคยยิงแอดมาพอสมควรแล้ว คงรู้ดีว่าการยิงแอดในปี 2026 ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด ค่าโฆษณาที่แพงขึ้นเรื่อยๆ คู่แข่งที่เยอะขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การยิงแอดแบบเดิมๆ อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควรอีกต่อไป

จากประสบการณ์ที่ผมได้ทำงานกับธุรกิจ SME มาหลายปี พบว่าธุรกิจที่ยังอยู่รอดและเติบโตได้ในยุคนี้ ไม่ใช่คนที่ใช้งบเยอะที่สุด แต่เป็นคนที่รู้จักใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้อง วันนี้ผมจะมาแชร์ 5 กลยุทธ์ยิงแอดที่จะช่วยให้ธุรกิจคุณเอาชนะคู่แข่งได้ในปี 2026

1. กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมจริงๆ

หลายคนคิดว่าการยิงแอด = ต้องการเพิ่มยอดขาย แต่ความจริงแล้ว การยิงแอดมีหลายวัตถุประสงค์ และแต่ละวัตถุประสงค์ต้องใช้กลยุทธ์ที่ต่างกัน ยิ่งสินค้าหรือบริการที่ราคาแพง มีข้อมูลซับซ้อน ก็ยิ่งต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ

นี่คือที่มาของ Marketing Funnel ที่คุณต้องเข้าใจ:

  • Awareness (สร้างการรับรู้) – ให้คนรู้จักแบรนด์ รู้จักสินค้า
  • Consideration (พิจารณา) – ทำให้คนสนใจ เข้าใจคุณค่าของสินค้า
  • Conversion (ตัดสินใจซื้อ) – ผลักดันให้คนตัดสินใจซื้อในที่สุด

ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของผมเองกับ SMEJump เมื่อผมทำวิดีโอสร้างตัวตนทุกอาทิตย์ พบว่าถ้าปล่อยวิดีโอไปใน Facebook การเข้าถึงและการมองเห็นน้อยมาก แต่ถ้าปล่อยวิดีโอใน TikTok ได้ยอดวิวมากพอสมควร ดังนั้นถ้าเป็นการสร้างตัวตน ผมจะเน้นการทำวิดีโอสั้นและลงบน TikTok

ในทางกลับกัน เมื่อต้องการนำเสนอบริการเอเจนซี่โฆษณาของ SMEJump ผมพบว่าช่องทาง Google Search ได้รับลูกค้าที่สนใจจริงจังจำนวนมาก เพราะคนที่ค้นหาคำว่า “บริษัททำ Google Ads” หรือ “รับทำการตลาดออนไลน์” คือคนที่กำลังมองหาบริการอยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงเน้นการทำ Google Ads และการทำ SEO ด้วยบทความต่างๆ เพื่อทำให้เว็บไซต์ติดบน Google และ AI อย่าง ChatGPT และ Gemini

Key Takeaway: อย่ายิงแอดทุก platform แบบเดียวกัน เลือก platform ที่ตรงกับวัตถุประสงค์ของคุณจริงๆ แล้วคุณจะเห็นว่า ROI ดีขึ้นเยอะ

2. สร้างคอนเทนต์ให้หลากหลาย และเหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม

ความผิดพลาดที่มือใหม่มักทำคือ สร้างโฆษณาแบบเดียว แล้วไปยิงทุก platform ความจริงแล้ว แต่ละ platform ต้องการคอนเทนต์ในรูปแบบที่ต่างกัน และ algorithm ของแต่ละที่ก็ชอบคอนเทนต์คนละแบบ

ตัวอย่างเช่น:

  • TikTok – วิดีโอสั้น 15-60 วินาที กระชับ สนุก มี hook ตั้งแต่วินาทีแรก จะได้รับการนำส่งดีที่สุด
  • Facebook – ภาพนิ่งหรือภาพอัลบัม (carousel) ที่มีข้อความดึงดูดความสนใจ เหมาะกับการส่งคนมาที่เว็บไซต์
  • YouTube – วิดีโอยาวที่ให้ความรู้ สร้างความเชื่อถือ เหมาะกับการสร้างฐานผู้ติดตามระยะยาว
  • Google Search – โฆษณาแบบข้อความ (Text Ads) ที่ตอบโจทย์ search intent ของคนค้นหาโดยตรง

จากประสบการณ์ของผม การสร้างแอดที่หลากหลายภายในแคมเปญเดียวกัน เช่น มีทั้งวิดีโอ ภาพนิ่งแบบภาพเดียว และแบบหลายภาพ (carousel) จะช่วยให้ระบบโฆษณาสามารถ optimize แคมเปญให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะ algorithm จะค่อยๆ เรียนรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายแบบไหนตอบสนองกับโฆษณาแบบไหนดีที่สุด

แต่ข้อควรระวังคือ อย่าสร้างแอดหลากหลายมากเกินไปจนงบกระจายเกินไป ในระยะเริ่มต้น ผมแนะนำให้มี 3-5 variations ของแอด แล้วค่อยๆ ดูผลและปรับเพิ่มหรือลดตามข้อมูลที่ได้

3. งบโฆษณาต้องมีมากพอให้ระบบเรียนรู้ได้

นี่คือปัญหาที่พบบ่อยมาก หลายคนตั้งงบโฆษณาวันละ 100-200 บาท แล้วคาดหวังว่าจะได้ผลดีๆ ในสัปดาห์แรก ความจริงแล้ว งบน้อยเกินไปจะทำให้ระบบโฆษณาไม่สามารถเรียนรู้และ optimize ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทุก platform โฆษณาในปัจจุบันใช้ Machine Learning ในการหากลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม ซึ่งต้องใช้ข้อมูลจำนวนหนึ่งเพื่อเข้าสู่ “Learning Phase” และออกมาเป็น “Optimized Delivery” ถ้างบน้อยเกินไป การเรียนรู้จะช้ามาก หรือบางทีไม่เกิดเลย

จากประสบการณ์ของผม ผมมี benchmark ดังนี้:

Google Search Ads

ผมตั้งเป้าหมายให้ได้อย่างน้อย 50 คลิกต่อวัน ถ้าค่าเฉลี่ยต่อคลิก (CPC) อยู่ที่ 10 บาท หมายความว่าคุณควรจะใช้งบโฆษณาอย่างน้อย 500 บาทต่อวัน หรือ 15,000 บาทต่อเดือน

ถ้าคีย์เวิร์ดของคุณมีราคาแพงกว่า เช่น 20-30 บาทต่อคลิก (ซึ่งเป็นเรื่องปกติในบางอุตสาหกรรม) งบก็ต้องเพิ่มตามไปด้วย

Facebook Traffic Ads

สำหรับการส่ง traffic ไปยังเว็บไซต์ ผมต้องการจำนวนคลิก 80-100 คลิกต่อวัน เพราะการคลิกจาก Facebook จะมีคุณภาพน้อยกว่า Google Ads (คนบน Facebook ไม่ได้กำลังมองหาสินค้าอยู่) และค่าเฉลี่ยต่อคลิกอยู่ประมาณ 5 บาท ดังนั้นผมต้องใช้เงินอย่างน้อย 400-500 บาทต่อวัน

นี่เป็นแนวทางในการคำนวณหางบโฆษณาเริ่มต้นที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ คุณต้องให้เวลาระบบประมาณ 7-14 วัน เพื่อเรียนรู้และปรับปรุงการส่งโฆษณา อย่าเพิ่งตัดสินว่าแอดไม่ได้ผลหลังจากแค่ 2-3 วัน

หากธุรกิจของคุณต้องการคำปรึกษาเรื่องงบโฆษณาและกลยุทธ์ที่เหมาะสม ลองปรึกษากับรับทำการตลาดออนไลน์มืออาชีพที่มีประสบการณ์จัดการแคมเปญหลากหลายขนาด จะช่วยให้คุณวางแผนงบและกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. มี Mindset ของการกล้าลองผิด ลองถูก และชอบทำการทดลอง

นี่คือสิ่งที่แยกมือสมัครเล่นกับมืออาชีพ มืออาชีพจะไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ หรือเชื่อว่ามี “แอดนางฟ้า” ที่ใช้ได้ตลอดไป ความจริงคือ การยิงแอดมันเหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ คุณต้อง test, วัดผล, วิเคราะห์ แล้ววนกลับไปปรับปรุงอยู่เรื่อยๆ

มันไม่มีใครสามารถบอกคุณได้ 100% ว่า:

  • คีย์เวิร์ดแบบไหนจะได้ผลดีที่สุด
  • หน้าเว็บไซต์รูปแบบไหนจะ convert ดีที่สุด
  • กลุ่มเป้าหมายไหนจะตอบสนองดีที่สุด
  • ข้อความโฆษณาแบบไหนจะดึงดูดความสนใจมากที่สุด

ดังนั้น คุณต้องเริ่มจากการทดลอง ลองผิดลองถูก ใช้ A/B Testing อย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น:

ทดสอบคีย์เวิร์ด (Google Ads)

ลองใช้คีย์เวิร์ดแบบ Broad Match, Phrase Match, และ Exact Match ในเวลาเดียวกัน แล้วดูว่าแบบไหนให้ CPC ต่ำ และ Conversion Rate สูง

ทดสอบ Landing Page

สร้าง Landing Page 2 เวอร์ชัน เวอร์ชันหนึ่งเน้นข้อความเยอะ อีกเวอร์ชันเน้นภาพและวิดีโอ แล้วส่ง traffic เท่าๆ กันไปทั้ง 2 หน้า ดูว่าหน้าไหน convert ดีกว่า

ทดสอบกลุ่มเป้าหมาย (Facebook Ads)

สร้าง Ad Set หลายๆ ชุดด้วยกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน เช่น กลุ่มตาม demographic, กลุ่มตาม interest, กลุ่มตาม behavior แล้วดูว่ากลุ่มไหนให้ Cost per Result ที่ดีที่สุด

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การวัดผลและเปรียบเทียบอย่างเป็นระบบ ใช้ Google Analytics, Facebook Pixel, หรือเครื่องมืออื่นๆ ในการ track ข้อมูล แล้วตัดสินใจจากข้อมูลจริง ไม่ใช่จากความรู้สึก

และอย่าลืมว่า สิ่งที่ work วันนี้ อาจไม่ work พรุ่งนี้ คุณต้องเป็นคนที่ยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้เสมอ อย่ายึดติดกับการยิงแอดรูปแบบเดิมๆ สำหรับผม ไม่มีแอดนางฟ้า มีแต่แอดที่เหมาะสม ณ เวลานั้นๆ

5. ศึกษาแอดของคู่แข่ง และเรียนรู้จากธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

การลองผิดลองถูกด้วยตัวเองมันดี แต่ถ้าคุณสามารถเรียนรู้จากคนอื่นที่ทำมาก่อนได้ คุณจะสามารถสร้างทางลัดและเร่งความสำเร็จได้เร็วขึ้นมาก

วิธีศึกษาแอดของคู่แข่ง

1. ใช้ Meta Ad Library – Facebook และ Instagram มี tool ที่ชื่อ “Ad Library” ที่คุณสามารถเข้าไปดูโฆษณาทั้งหมดของคู่แข่งได้ ดูว่าเขาใช้ข้อความแบบไหน ใช้ภาพหรือวิดีโอแบบไหน และยิงแอดมานานแค่ไหนแล้ว (ถ้ายิงนาน = มีแนวโน้มว่าได้ผลดี)

2. ค้นหาบน Google – พิมพ์คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณบน Google แล้วดูว่าคู่แข่งเขียนข้อความโฆษณาแบบไหน ใช้ keywords อะไร และพาไปที่ Landing Page แบบไหน

3. อ่าน Comment – เข้าไปอ่าน comment ในโฆษณาหรือโพสต์ของคู่แข่ง คุณจะได้รู้ว่าคู่แข่งมีจุดแข็ง จุดอ่อนอย่างไร ลูกค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

4. Subscribe Email – ลงทะเบียนเป็นลูกค้าของคู่แข่ง subscribe newsletter ของเขา คุณจะได้เห็น email marketing strategy ของเขาว่าเป็นอย่างไร

เรียนรู้จาก Digital Marketers ต่างประเทศ

นอกจากเรียนรู้จากคู่แข่งในไทยแล้ว การศึกษาการยิงแอดของ digital marketers ต่างประเทศจะทำให้คุณได้ไอเดียใหม่ๆ และข้อมูล update ที่อาจยังไม่มีคนในไทยทำ ตัวอย่างเช่น:

  • ดู YouTube Channels – Neil Patel, Ben Heath, Charlie Morgan, Alex Hormozi มี content เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์ที่มีคุณภาพมาก
  • เข้าร่วม Webinars – Google, Facebook, และ platform ต่างๆ มักจัด webinar ฟรีเกี่ยวกับ feature ใหม่ๆ และ best practices
  • อ่าน Case Studies – หาอ่าน case studies จากบริษัทใหญ่ๆ ดูว่าเขาแก้ปัญหาและสร้างผลลัพธ์อย่างไร
  • เข้างานสัมมนา – ในไทยก็มีงาน digital marketing มากมาย ไปฟังให้ได้เพื่อ update ตัวเองอยู่เสมอ

สิ่งหนึ่งที่ผมเน้นเสมอคือ อย่าแค่ดู แต่ต้องลองนำไปปรับใช้จริง แล้วดูว่าใช้ได้กับตลาดไทยหรือธุรกิจของคุณไหม บางทีสิ่งที่ work ในต่างประเทศ อาจต้องปรับให้เข้างับบริบทไทย

ภาพรวมสุดท้าย ยิงแอดให้ปังในปี 2026 ต้องทำอย่างไร

การยิงแอดในปี 2026 ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ต้องทำอย่างมีกลยุทธ์ มาสรุป 5 กลยุทธ์สำคัญที่เราได้พูดถึงกัน:

  1. กำหนดเป้าหมายชัดเจน และเลือก platform ที่ตรงกับวัตถุประสงค์ – อย่ายิงทุก platform แบบเดียวกัน
  2. สร้างคอนเทนต์หลากหลายที่เหมาะกับแต่ละ platform – TikTok ต้องการวิดีโอสั้น Facebook เหมาะกับ carousel
  3. ใช้งบให้เพียงพอที่ระบบจะเรียนรู้ได้ – อย่างน้อย 500 บาท/วันสำหรับ Google Ads, 400-500 บาท/วันสำหรับ Facebook Ads
  4. กล้าลองผิดลองถูก และทำ A/B Testing อย่างจริงจัง – ไม่มีแอดนางฟ้า มีแต่แอดที่เหมาะสม ณ เวลานั้น
  5. เรียนรู้จากคู่แข่งและ digital marketers มืออาชีพ – ดู Meta Ad Library, อ่าน case studies, ติดตาม YouTube channels

สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณต้องคิดเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ยิงแอดไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าทำไป เพื่ออะไร คุณต้องวางแผน ตั้งเป้าหมาย วัดผล และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

การยิงแอดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ มันต้องใช้ทั้งข้อมูล (data) และประสบการณ์ (experience) ถ้าคุณยังไม่มั่นใจ หรือต้องการเร่งผลลัพธ์ให้เร็วขึ้น การมีทีมมืออาชีพคอยให้คำปรึกษาและจัดการแคมเปญให้ ก็อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า

ขอให้คุณยิงแอดให้ปังในปี 2026 นี้นะครับ!

แจก E-book Google VS Facebook ฟรี!!!

เพียงส่งโค้ดในหน้าเว็บนี้เข้ามาที่ไลน์

ส่งข้อมูลถึงเรา

ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!






    คุยกับเราทางไลน์

    เพิ่มเพื่อน