เตรียมการตลาดหลังเลือกตั้ง
สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME นี่คือช่วงเวลาทองที่ไม่ควรพลาด มาดูกันว่ามีอะไรที่ต้องทำบ้าง
หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69: Checklist 10 ข้อ ปรับกลยุทธ์การตลาดทันที ก่อนช่วงทองจะหมดไป
การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เพิ่งผ่านไปไม่ได้เป็นแค่เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างโอกาสทางธุรกิจและการตลาดที่หลายคนอาจมองข้ามไป จากข้อมูลตลาดหุ้นไทยในอดีต พบว่ามีโอกาสสูงถึง 83% ที่ดัชนีจะปรับตัวขึ้น 1.8-2.6% ภายใน 1 เดือนหลังเลือกตั้ง สะท้อนถึงบรรยากาศเชิงบวกและความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในตลาด
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงหลังเลือกตั้ง ผู้คนมีแนวโน้มใช้จ่ายมากขึ้นจากความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ธุรกิจที่เตรียมพร้อมและปรับกลยุทธ์ได้เร็วจะได้เปรียบในการคว้าโอกาสนี้ก่อนที่คู่แข่งจะทันสังเกต สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME นี่คือช่วงเวลาทองที่ไม่ควรพลาด มาดูกันว่ามีอะไรที่ต้องทำบ้าง
1. ทบทวนและปรับงบโฆษณาให้สอดคล้องกับช่วง Post-Election
หลังเลือกตั้ง ต้นทุนโฆษณาออนไลน์มักจะลดลงชั่วคราว เพราะพรรคการเมืองและองค์กรที่เกี่ยวข้องหยุดการลงโฆษณาจำนวนมหาศาล นี่คือจังหวะที่ดีในการเพิ่มงบหรือขยายการเข้าถึงในราคาที่คุ้มค่ากว่าปกติ โดยเฉพาะใน Google Ads และ Facebook Ads ที่มักจะมี CPM (Cost Per Thousand Impressions) ลดลง 15-25% ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังเลือกตั้ง
ลองวิเคราะห์ดูว่าในช่วงก่อนเลือกตั้งงบโฆษณาของคุณถูกกดดันหรือไม่ ถ้าใช่ นี่คือโอกาสทองในการเพิ่ม bid หรือขยาย campaign ใหม่ที่อาจจะทำไม่ได้เพราะแข่งขันสูงเกินไป อย่างไรก็ตาม ต้องระวังว่าช่วงนี้จะไม่ยาวนาน เมื่อนักการตลาดรายอื่นเริ่มสังเกตเห็นโอกาสเดียวกัน ราคาก็จะกลับมาปกติอีกครั้ง
2. เช็กสุขภาพเว็บไซต์และ Landing Page
ก่อนที่จะเพิ่มงบโฆษณาหรือทำ campaign ใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องแน่ใจว่าบ้านของเรายังแข็งแรงอยู่ ตรวจสอบความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ ทดสอบว่า conversion tracking ทำงานถูกต้อง และดูว่า landing page ยังตอบโจทย์กับสินค้าหรือบริการที่กำลังจะโปรโมตหรือไม่
จากข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคไทยปี 2568 พบว่า 78% ของผู้บริโภคมองหาความคุ้มค่าแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่รวมถึงความแปลกใหม่ ความยั่งยืน และคุณภาพที่คุ้มค่า ดังนั้น landing page ของคุณควรสื่อสารจุดเด่นเหล่านี้ให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่ขายด้วยราคาเพียงอย่างเดียว
3. วางแผน Content Marketing รอบใหม่
หลังเลือกตั้ง ผู้คนจะเริ่มหันกลับมาสนใจเนื้อหาที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ธุรกิจ และความบันเทิงมากขึ้น แทนที่จะจมอยู่กับข่าวการเมืองอย่างในช่วงก่อนเลือกตั้ง นี่คือโอกาสในการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณค่า สร้าง engagement และดึงดูดลูกค้าใหม่
ลองคิดว่าธุรกิจของคุณสามารถสร้างคอนเทนต์ประเภทไหนที่ช่วยให้ผู้คนก้าวต่อไปข้างหน้าได้ อาจจะเป็นเคล็ดลับการบริหารเงิน คำแนะนำในการพัฒนาธุรกิจ หรือแม้แต่เนื้อหาเบาสมองที่ช่วยคลายเครียดหลังจากช่วงเวลาที่ตึงเครียด การปรับ content calendar ให้เหมาะสมกับ mood ของตลาดจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้น
4. ปรับ Targeting และ Audience Segmentation ใหม่
พฤติกรรมการใช้งานออนไลน์ของผู้คนเปลี่ยนไปหลังเลือกตั้ง หลายคนที่เคยติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำอาจจะกลับไปใช้เวลากับกิจกรรมอื่น เช่น shopping online, ดู entertainment content หรือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับงานอดิเรก นี่หมายความว่า audience ที่คุณเคยเข้าถึงได้ในช่วงก่อนหน้าอาจจะมีพฤติกรรมต่างออกไป
ลองทบทวน audience targeting ใน Google Ads และ Facebook Ads ของคุณ ปรับ interest-based targeting ให้สอดคล้องกับความสนใจที่เปลี่ยนไป และทดสอบ lookalike audience ใหม่จากฐานลูกค้าที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Gen Z ที่มีแนวโน้มซื้อสินค้าออนไลน์บ่อยขึ้น แม้จะซื้อในราคาไม่แพงมากก็ตาม
5. เตรียม Promotion และ Special Offer ที่โดนใจ
หลังเลือกตั้ง ผู้บริโภคมีแนวโน้มพร้อมใช้จ่ายมากขึ้นจากความหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรยากาศเชิงบวกในตลาด อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลและมองหาความคุ้มค่า ดังนั้นโปรโมชันที่ดีไม่ได้หมายความว่าต้องลดราคาลึกเสมอไป
ลองคิดโปรโมชันที่เพิ่มมูลค่าให้ลูกค้า เช่น แถมของแทนการลดราคา, bundle deal ที่คุ้มค่า หรือโปรแกรม loyalty ที่สะสมแต้มได้เร็วขึ้นในช่วงนี้ การสร้างความรู้สึกว่าได้มากกว่าที่จ่ายไปจะดึงดูดใจผู้บริโภคได้ดีกว่าการแข่งกันลดราคาเพียงอย่างเดียว
6. ทดสอบ Channel ใหม่ที่อาจเหมาะกับธุรกิจ
ช่วงหลังเลือกตั้งเป็นเวลาที่ดีในการทดลองช่องทางการตลาดใหม่ที่คุณอาจจะยังไม่เคยลอง ไม่ว่าจะเป็น TikTok Ads สำหรับกลุ่ม Gen Z, LINE Official Account สำหรับการสื่อสารตรงกับลูกค้า หรือ Google Shopping Ads สำหรับธุรกิจ e-commerce
เนื่องจากต้นทุนโฆษณาลดลงและการแข่งขันน้อยลงชั่วคราว การทดลองในช่วงนี้จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าปกติ คุณจะได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นว่า channel ไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณจริงๆ โดยไม่ต้องเสียงบมหาศาลในการทดสอบ หากธุรกิจของคุณยังไม่มีทีมที่พร้อมจะทดลองเอง การปรึกษาบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ที่มีประสบการณ์อาจจะช่วยให้คุณหาช่องทางที่เหมาะสมได้เร็วและแม่นยำขึ้น
7. อัพเดต Remarketing List และเตรียม Retargeting Campaign
ในช่วงก่อนเลือกตั้ง หลายคนอาจจะเข้ามาดูเว็บไซต์หรือสินค้าของคุณแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อเพราะยุ่งกับเรื่องอื่น ตอนนี้พวกเขากลับมามีเวลาและความสนใจมากขึ้น นี่คือจังหวะที่เหมาะในการใช้ remarketing list เพื่อดึงพวกเขากลับมา
ตรวจสอบ remarketing pixel ว่ายังทำงานถูกต้องหรือไม่ แบ่งกลุ่มผู้เข้าชมตาม behavior เช่น คนที่เข้ามาดู product page แต่ไม่ได้ซื้อ คนที่ใส่ตะกร้าแล้วทิ้งไว้ หรือคนที่เคยซื้อแล้วแต่ไม่ได้กลับมานาน แล้วสร้าง custom message ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม การ retarget ที่ถูกคนถูกเวลาจะช่วยเพิ่ม conversion rate ได้อย่างมีนัยสำคัญ
8. วิเคราะห์คู่แข่งและหาช่องว่างในตลาด
ในช่วงหลังเลือกตั้ง หลายธุรกิจอาจจะชะลอการตลาดหรือยังไม่ได้ปรับกลยุทธ์ นี่คือโอกาสให้คุณก้าวนำและยึดพื้นที่ในตลาดได้ก่อน ลองศึกษาว่าคู่แข่งของคุณกำลังทำอะไรอยู่ มี campaign อะไรที่กำลังรันหรือไม่ หรือกำลังชะลอการโฆษณาลง
ใช้เครื่องมืออย่าง Facebook Ad Library, Google Trends หรือ SEMrush เพื่อดูว่าคู่แข่งกำลังเน้นที่ keyword หรือ message อะไร หากพบว่ามีช่องว่างที่คู่แข่งยังไม่ได้ครอบคลุม นั่นคือโอกาสของคุณที่จะเข้าไปยึดครองใจผู้บริโภคกลุ่มนั้นได้ก่อน
9. เช็กและปรับปรุง Customer Journey
ลองทบทวน customer journey ของธุรกิจคุณตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การรับรู้แบรนด์ไปจนถึงหลังการซื้อ มีจุดไหนที่ลูกค้ามักจะหลุดหรือสะดุดบ้างไหม ช่วงหลังเลือกตั้งเป็นเวลาที่ดีในการปรับปรุงจุดเหล่านี้เพื่อเตรียมรับลูกค้าใหม่
ตัวอย่างเช่น ถ้าพบว่ามีคนเยอะที่ติดต่อสอบถามผ่าน Facebook Page แต่ไม่ได้รับการตอบกลับเร็วพอ ลองพิจารณาตั้ง chatbot หรือปรับทีมงานให้ตอบเร็วขึ้น หรือถ้าพบว่าหลายคนทิ้งตะกร้าเพราะขั้นตอนการชำระเงินยุ่งยาก ก็ควรปรับปรุงให้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ทุกจุดสัมผัสที่ดีขึ้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย
10. ติดตามและวัดผลอย่างใกล้ชิด
สิ่งสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดคือการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ช่วงหลังเลือกตั้งเป็นช่วงที่ตลาดเปลี่ยนแปลงเร็ว สิ่งที่ได้ผลในสัปดาห์แรกอาจจะไม่ได้ผลในสัปดาห์ที่สอง ดังนั้นคุณต้องคอยเฝ้าดู metrics สำคัญอย่างใกล้ชิด
ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและวัดผลได้ เช่น เพิ่ม website traffic 20% ในเดือนแรก ลด cost per conversion 15% หรือเพิ่ม ROAS (Return on Ad Spend) เป็น 4:1 เช็คตัวเลขทุกวันหรืออย่างน้อยทุกสัปดาห์ แล้วปรับกลยุทธ์ทันทีเมื่อเห็นว่าอะไรไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง ความว่องไวในการปรับตัวจะเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จในช่วงนี้
ท้ายสุด: โอกาสไม่รอใคร เตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้
ช่วงหลังเลือกตั้งเป็นช่วงเวลาพิเศษที่เกิดขึ้นไม่บ่อย ตลาดมีพลวัต บรรยากาศเชิงบวก และผู้บริโภคพร้อมใช้จ่ายมากขึ้น แต่ช่วงทองนี้จะไม่ยาวนาน ธุรกิจที่เตรียมพร้อมและลงมือทำเร็วจะได้เปรียบอย่างชัดเจน
ไม่จำเป็นต้องทำครบทั้ง 10 ข้อในคราวเดียว เริ่มจากสิ่งที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณก่อน อาจจะเป็นการปรับงบโฆษณา การเช็กเว็บไซต์ หรือการเตรียม promotion ที่พร้อมจะปล่อยทันที สิ่งสำคัญคือต้องเริ่มเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่สัปดาห์หน้าหรือเดือนหน้า
จำไว้ว่า ตลาดไม่เคยหยุดนิ่ง คู่แข่งของคุณก็กำลังมองหาโอกาสเดียวกัน คนที่ขยันและปรับตัวเร็วกว่าจะเป็นคนที่คว้าชัยชนะไปได้ในที่สุด ดังนั้นอย่ารอช้า เริ่มวางแผนและลงมือทำได้เลยตั้งแต่วันนี้ เพราะช่วงทองหลังเลือกตั้งกำลังนับถอยหลังอยู่
ส่งข้อมูลถึงเรา
ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!




