Passive Scrolling — พฤติกรรมผู้ใช้โซเชียลมีเดียยุคใหม่

ยุคแห่ง Passive Scrolling เมื่อคนชอบดูแต่ไม่ชอบตอบ เราจะแก้เกมยังไง?

ยุคแห่ง Passive Scrolling

ยุคแห่ง Passive Scrolling

ในโลกโซเชียลมีเดียยุคปัจจุบัน หากคุณเป็นนักการตลาดหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่กำลังกุมขมับกับตัวเลข “ยอดไลก์” หรือ “คอมเมนต์” ที่ดูเหมือนจะสวนทางกับยอดวิวที่พุ่งสูงขึ้น

ข้อมูลจาก Socialinsider Social Media Benchmarks ล่าสุดชี้ให้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจว่า แม้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok หรือ Instagram Reels จะมียอดการเข้าถึง (Reach) ที่มหาศาล แต่พฤติกรรมผู้ใช้งานกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุค “Passive Scrolling” อย่างเต็มตัว

Passive Scrolling คืออะไร?

คือพฤติกรรมการไถหน้าจอไปเรื่อยๆ เพื่อรับชมคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงหรือข้อมูล โดยที่ “ไม่กดปุ่มใดๆ” ไม่ไลก์ ไม่คอมเมนต์ และไม่แชร์สาธารณะ แต่ถามว่าเขาดูไหม? คำตอบคือ “ดูจนจบ”

“เลื่อนดู → เสพข้อมูล → เข้าใจ → แต่ไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ”

ผู้ใช้ ไม่ได้ไม่สนใจ
แต่เลือก “ไม่แสดงตัว”

สาเหตุหลัก ๆ ได้แก่

  • สมองล้า (Content Overload)

  • ไม่อยากทิ้งร่องรอยดิจิทัล

  • เคยคอมเมนต์แล้วโดนขาย / โดน DM

  • ใช้โซเชียลเพื่อพัก ไม่ใช่เพื่อมีส่วนร่วม

ผลลัพธ์คือ
📉 Engagement ลดลง
📈 Reach ยังสูงอยู่
📊 View สูง แต่ Interaction ต่ำ


ทำไม Engagement แบบเดิมถึงใช้ไม่ได้แล้ว?

ในอดีต เราถูกสอนว่า

“คอนเทนต์ดี = คนต้องกดไลก์ / คอมเมนต์”

แต่วันนี้ แพลตฟอร์มเปลี่ยน วิธีวัดผลก็ต้องเปลี่ยน

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ

  • คนดูจบ แต่ไม่กดอะไร

  • คนเซฟ แต่ไม่คอมเมนต์

  • คนเอาไปใช้ แต่ไม่บอกใคร

ถ้ายังยึด KPI แบบเดิม เช่น

  • จำนวนคอมเมนต์

  • Like ต่อ Reach

คุณจะเข้าใจผิดว่า “คอนเทนต์ไม่เวิร์ก”
ทั้งที่จริง ๆ แล้ว มันกำลังทำงานอยู่ในรูปแบบใหม่


จะแก้เกม Passive Scrolling ได้อย่างไร?

1. เปลี่ยนตัวชี้วัด (KPIs) จาก “Engagement” เป็น “Retention & Watch Time”

ในเมื่อคนไม่ชอบกดปุ่ม แต่ชอบดู สิ่งที่คุณต้องโฟกัสคือ “เขาดูนานแค่ไหน?” * วิธีแก้เกม: เลิกยึดติดกับยอดไลก์ แล้วหันไปดู Average View Duration (ระยะเวลาชมเฉลี่ย) หากคนดูคลิปคุณจนจบ หรือดูซ้ำ นั่นคือสัญญาณว่าคอนเทนต์นั้นมีคุณภาพ แม้จะไม่มีคอมเมนต์แม้แต่อันเดียวก็ตาม

2. ออกแบบคอนเทนต์เพื่อ “Saves” แทนการ “Likes”

พฤติกรรม Passive Scrolling มักมาคู่กับการ “เก็บไว้ดูทีหลัง” (Dark Social) ผู้คนอาจจะไม่คอมเมนต์ในโพสต์ของคุณเพราะไม่อยากให้คนอื่นเห็น แต่เขาจะกด Save หรือส่งเข้ากลุ่มแชทส่วนตัว

  • วิธีแก้เกม: สร้างคอนเทนต์ประเภท “How-to”, “Checklist”, “สรุปประเด็นสำคัญ” หรือ “สูตรลับ” ที่ดูจบแล้วต้องกดบันทึกเก็บไว้ ข้อมูลจากสถิติยืนยันว่าคอนเทนต์ที่ให้ประโยชน์ (Utility Content) มียอด Save สูงกว่าคอนเทนต์ทั่วไปหลายเท่า

3. เลิกถามคำถามกว้างๆ แต่ให้ “ช้อยส์” ในการตอบ

สาเหตุหนึ่งที่คนไม่คอมเมนต์เพราะ “ขี้เกียจคิดคำตอบ” การถามว่า “คิดเห็นอย่างไรคะ?” อาจจะกว้างเกินไปสำหรับคนที่กำลังไถหน้าจอเพลินๆ

  • วิธีแก้เกม: เปลี่ยนเป็นการให้เลือก เช่น “กด 1 ถ้าชอบสีแดง, กด 2 ถ้าชอบสีฟ้า” หรือใช้ฟีเจอร์ Poll ใน Story เพื่อลดความพยายาม (Effort) ในการมีส่วนร่วมให้เหลือน้อยที่สุด

4. พลังของ “Hook” ใน 3 วินาทีแรก และ “Micro-Value”

ในยุคที่คนพร้อมจะไถผ่านตลอดเวลา (Scroll-past) หากคุณไม่สามารถหยุดนิ้วเขาได้ใน 3 วินาทีแรก คุณจะสูญเสียโอกาสทันที

  • วิธีแก้เกม: เข้าเรื่องให้ไวที่สุด มอบ “คุณค่าขนาดเล็ก” (Micro-value) ให้คนดูทันทีตั้งแต่ต้นคลิป อย่ากั๊กคำตอบไว้ท้ายคลิปเพียงอย่างเดียว เพราะในยุค Passive Scrolling คนดูไม่มีความอดทนพอที่จะรอ


Passive Scrolling ไม่ใช่ศัตรู แต่คือสัญญาณของความเปลี่ยนแปลง

คนไม่ได้ไม่สนใจ
เขาแค่ เลือกเงียบ

แบรนด์ที่อยู่รอดในยุคนี้
ไม่ใช่แบรนด์ที่เสียงดังที่สุด
แต่คือแบรนด์ที่ เข้าใจคนดูแบบไม่ต้องเรียกร้องอะไรจากเขา

ถ้าวันนี้

  • มีคนดู

  • มีคนจำ

  • มีคนกลับมา

แม้ไม่มีคอมเมนต์
คุณก็ยัง “ชนะเกมนี้” อยู่ดี

ส่งข้อมูลถึงเรา

ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!






    คุยกับเราทางไลน์

    เพิ่มเพื่อน