ทำความเข้าใจ บัญชี Meta คืออะไร?
บัญชี Meta คืออะไร ? รู้จักบัญชี Meta และวิธีใช้งานสำหรับธุรกิจ
อยากยิงแอดต้องรู้จัก บัญชี Meta
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Meta Account, Meta Business Suite หรือ Meta Business Portfolio แต่ยังไม่แน่ใจว่าแต่ละอย่างแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับบัญชี Meta พร้อมอธิบายประโยชน์และการใช้งานสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการทำการตลาดออนไลน์
บัญชี Meta คืออะไร?
บัญชี Meta (Meta Account) คือบัญชีที่ใช้เข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัท Meta เช่น Facebook, Instagram และบริการอื่น ๆ ที่รองรับการเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Meta ทั้งนี้ การใช้งานและการเชื่อมโยงบัญชีขึ้นอยู่กับบริการและการตั้งค่าของผู้ใช้
สำหรับธุรกิจที่ต้องการทำการตลาดบน Facebook และ Instagram คำว่า “บัญชี Meta” อาจหมายถึงเครื่องมือจัดการธุรกิจของ Meta ซึ่งมีหลายส่วน เช่น Meta Business Suite และ Meta Business Portfolio ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจจัดการเพจ บัญชี Instagram บัญชีโฆษณา และกำหนดสิทธิ์ให้ทีมงานได้อย่างเป็นระบบ
ดังนั้น ก่อนเริ่มใช้งานควรแยกให้ออกระหว่างบัญชีส่วนตัวที่ใช้เข้าสู่ระบบ กับเครื่องมือจัดการธุรกิจที่ใช้ดูแลทรัพย์สินและกิจกรรมทางการตลาดของบริษัท
บัญชี Meta มีอะไรบ้าง? แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร
เครื่องมือของ Meta มีหลายประเภท โดยแต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้
ใช้จัดการการเชื่อมโยงบัญชีส่วนตัว เช่น Facebook และ Instagram รวมถึงการตั้งค่าบางอย่างด้านการเข้าสู่ระบบและประสบการณ์การใช้งานร่วมกันระหว่างบัญชี
2. Meta Business Suite
เครื่องมือสำหรับจัดการ Facebook Page และบัญชี Instagram ของธุรกิจ เช่น โพสต์เนื้อหา ตอบข้อความ ดูความคิดเห็น ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก และจัดการโฆษณาบางส่วน
3. Meta Business Portfolio
พื้นที่สำหรับรวบรวมและจัดการทรัพย์สินของธุรกิจ เช่น เพจ บัญชี Instagram บัญชีโฆษณา และบุคคลหรือพาร์ตเนอร์ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงทรัพย์สินเหล่านั้น
4. Meta Ads Manager
เครื่องมือสำหรับสร้างและจัดการแคมเปญโฆษณา Facebook และ แคมเปญโฆษณา Instagram ตั้งค่ากลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ รูปแบบโฆษณา และตรวจสอบผลลัพธ์ของแคมเปญ
บัญชี Meta มีประโยชน์อย่างไรกับธุรกิจ?
การมีบัญชีและตั้งค่าเครื่องมือ Meta สำหรับธุรกิจอย่างเหมาะสม ช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์เป็นระบบมากขึ้น โดยมีประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้
1. จัดการ Facebook และ Instagram ได้สะดวกขึ้น
ธุรกิจสามารถเชื่อมโยงและจัดการเพจ Facebook กับบัญชี Instagram ที่เกี่ยวข้องได้ผ่านเครื่องมือที่รองรับ ช่วยลดความยุ่งยากในการสลับไปมาระหว่างแพลตฟอร์ม
2. บริหารจัดการโฆษณาออนไลน์
Meta Ads Manager ช่วยให้ธุรกิจสร้างแคมเปญโฆษณา กำหนดกลุ่มเป้าหมาย วางแผนงบประมาณ และติดตามผลลัพธ์ได้ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มการรับรู้แบรนด์ เพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรือกระตุ้นยอดขาย
3. กำหนดสิทธิ์ให้ทีมงานหรือเอเจนซี่
เจ้าของธุรกิจสามารถมอบสิทธิ์ให้พนักงานหรือเอเจนซี่เข้ามาช่วยดูแลเพจและโฆษณาตามหน้าที่ที่จำเป็นได้ โดยไม่ต้องแชร์รหัสผ่านบัญชีส่วนตัวให้ผู้อื่น
4. ตรวจสอบข้อมูลและผลลัพธ์ทางการตลาด
เครื่องมือของ Meta มีข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้ธุรกิจประเมินประสิทธิภาพของเนื้อหาและโฆษณา เช่น การเข้าถึง การมีส่วนร่วม และผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ ข้อมูลที่แสดงจะแตกต่างกันไปตามเครื่องมือและประเภทแคมเปญ
5. ช่วยให้การดูแลบัญชีธุรกิจเป็นระบบมากขึ้น
เมื่อธุรกิจมีหลายเพจ หลายบัญชีโฆษณา หรือมีทีมงานหลายคน การจัดการผ่านเครื่องมือธุรกิจช่วยให้ตรวจสอบผู้มีสิทธิ์เข้าถึงและดูแลทรัพย์สินต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น
วิธีสร้างและตั้งค่าบัญชี Meta สำหรับธุรกิจ
หากต้องการเริ่มใช้ Meta เพื่อทำการตลาดออนไลน์ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทั่วไปต่อไปนี้
1 เตรียมบัญชี Facebook ที่ใช้งานได้
ใช้บัญชีส่วนตัวจริงของผู้ดูแลธุรกิจสำหรับเข้าสู่ระบบ และเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอนเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
2 เข้าใช้งาน Meta Business Suite
ไปที่ business.facebook.com เพื่อเริ่มจัดการเครื่องมือสำหรับธุรกิจตามสิทธิ์ของบัญชี
3 สร้างหรือเลือกพื้นที่ธุรกิจ
หากยังไม่มี Business Portfolio ให้สร้างตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ หรือเลือกพื้นที่ธุรกิจเดิมที่ดูแลอยู่
4 เพิ่มเพจและบัญชี Instagram
เชื่อมโยงทรัพย์สินที่ธุรกิจเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิ์จัดการให้ถูกต้อง หากทรัพย์สินอยู่ในบัญชีของบุคคลอื่น อาจต้องขอสิทธิ์ก่อน
5 ตั้งค่าสิทธิ์และบัญชีโฆษณา
กำหนดผู้ดูแลและสิทธิ์ให้เหมาะสม เพิ่มบัญชีโฆษณาหรือสร้างบัญชีใหม่ตามความจำเป็น แล้วตรวจสอบข้อมูลการชำระเงินก่อนเริ่มลงโฆษณา
หมายเหตุ: เมนูและขั้นตอนที่ปรากฏอาจแตกต่างกันตามสถานะของบัญชี สิทธิ์ที่ได้รับ และการอัปเดตระบบของ Meta
บัญชี Meta จำเป็นต้องมีสำหรับการยิงแอด Facebook หรือไม่?
หากต้องการลงโฆษณาบน Facebook หรือ Instagram ธุรกิจสามารถเริ่มต้นจากบัญชี Facebook และเพจที่มีสิทธิ์จัดการได้ แต่หากต้องการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีทีมการตลาดหรือใช้บริการเอเจนซี่ ควรตั้งค่าเครื่องมือจัดการธุรกิจของ Meta ให้เรียบร้อย
ตัวอย่างเช่น
-
ธุรกิจขนาดเล็ก: ใช้ Facebook Page และ Meta Business Suite เพื่อจัดการโพสต์และข้อความ
-
ธุรกิจที่ต้องการเพิ่มยอดขาย: ใช้ Meta Ads Manager เพื่อสร้างและวัดผลแคมเปญโฆษณา
-
ธุรกิจที่มีทีมการตลาดหรือจ้างเอเจนซี่: ใช้ Business Portfolio เพื่อจัดการสิทธิ์และทรัพย์สินทางธุรกิจให้เป็นระบบ
การมีบัญชี Meta ไม่ได้หมายความว่าจะต้องลงโฆษณาทันที แต่เป็นการเตรียมเครื่องมือให้พร้อมสำหรับการบริหารจัดการช่องทางการตลาดของธุรกิจ
ข้อควรระวังในการใช้บัญชี Meta
แม้เครื่องมือของ Meta จะช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น แต่การตั้งค่าความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
-
ไม่แชร์รหัสผ่านบัญชีส่วนตัว: ควรเพิ่มผู้ใช้งานผ่านระบบกำหนดสิทธิ์ของ Meta
-
เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน: ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบ
-
ตรวจสอบผู้มีสิทธิ์เข้าถึงเป็นประจำ: หากพนักงานลาออกหรือยุติการจ้างเอเจนซี่ ควรปรับสิทธิ์ให้เหมาะสม
-
ตรวจสอบเจ้าของบัญชีและทรัพย์สิน: ควรทราบว่าใครเป็นเจ้าของเพจ บัญชีโฆษณา และ Business Portfolio เพื่อป้องกันปัญหาในการส่งมอบงาน
-
ระวังข้อความหลอกลวง: ไม่กดลิงก์จากข้อความที่อ้างว่าบัญชีจะถูกปิดใช้งานโดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มา
ส่งข้อมูลถึงเรา
ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!



