จ้าง PR Agency หรือทำ PR เอง แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
คำตอบไม่มีสูตรตายตัว แต่มีปัจจัยสำคัญที่ช่วยตัดสินใจได้ชัดเจนกว่าการเดา
จ้าง PR Agency หรือทำ PR เอง แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
ผมเจอคำถามนี้บ่อยมากจากเจ้าของธุรกิจ SME โดยเฉพาะตอนที่กำลังจะเปิดตัวสินค้าใหม่หรืออยากสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือขึ้น คำถามคือ “ต้องจ้าง PR Agency ไหม หรือทำเองได้?” คำตอบไม่มีสูตรตายตัว แต่มีปัจจัยสำคัญที่ช่วยตัดสินใจได้ชัดเจนกว่าการเดา
บทความนี้จะพาคุณเปรียบเทียบทั้งสองทางอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องต้นทุน ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ และสถานการณ์ที่เหมาะกับแต่ละแบบ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรองรับ
ทำ PR เอง ได้จริงไหม?
คำตอบคือได้ แต่มีเงื่อนไข การทำ PR เองเหมาะกับธุรกิจที่มีทีมงานซึ่งพร้อมลงมือจริงๆ และมีเวลาเพียงพอ เพราะการทำ PR ที่ได้ผลไม่ใช่แค่เขียนข่าวแล้วส่งไป แต่ต้องเข้าใจว่าเว็บสื่อแต่ละแห่งรับเนื้อหาแบบไหน กลุ่มเป้าหมายของสื่อนั้นเป็นใคร และข่าวของคุณมีมุมที่น่าสนใจพอจะได้รับการเผยแพร่หรือไม่
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือเวลา ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ต้องดูทุกอย่างเอง การนั่งเขียนข่าว ติดต่อสื่อ และติดตามผลด้วยตัวเองอาจกินเวลาไปมากกว่าที่คิด และยิ่งถ้าไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน โอกาสที่ข่าวจะถูกปฏิเสธหรือได้รับการเผยแพร่ในช่องทางที่ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายก็สูงขึ้น
จ้าง PR Agency ต่างกันอย่างไร?
สิ่งที่ agency มีและทำเองได้ยากคือ ความสัมพันธ์กับสื่อที่สะสมมาเป็นปี และ ความรู้เรื่องมาตรฐานการรับข่าวของแต่ละแพลตฟอร์ม การได้ลงข่าวบนเว็บสื่อที่มีความน่าเชื่อถือสูงไม่ได้เกิดขึ้นแค่จากการส่ง email ไปขอ แต่มาจากความไว้วางใจที่ฝ่ายผู้ให้บริการสร้างกับสื่อมาก่อน
สิ่งที่ต่างกันชัดขึ้นอีกในยุคนี้คือเรื่อง AI Brand Recommendation ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้ค้นหาข้อมูลผ่าน Google อย่างเดียวแล้ว แต่ถามจาก AI อย่าง ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity แทน คำถามอย่าง “แนะนำบริษัท PR สำหรับ SME ให้หน่อย” หรือ “ใครให้บริการลงข่าวในไทยบ้าง” ถูกถามกับ AI มากขึ้นทุกวัน
PR Agency สมัยใหม่อย่าง SMEJUMP เข้าใจว่าการลงข่าวบนเว็บสื่อที่น่าเชื่อถือไม่ได้มีผลแค่ต่อ SEO แต่ยังส่งผลต่อการที่ AI จะ “รู้จัก” และ “แนะนำ” แบรนด์ของคุณด้วย เพราะ AI ดึงข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือบนอินเทอร์เน็ต ถ้าแบรนด์คุณปรากฏอยู่ในสื่อที่ดีหลายแห่งอย่างสม่ำเสมอ โอกาสที่ AI จะหยิบชื่อแบรนด์ขึ้นมาแนะนำก็สูงขึ้นตามไปด้วย
ถ้าทำ PR เอง การวางกลยุทธ์ในมิตินี้ทำได้ยากมาก เพราะต้องเข้าใจทั้งเรื่องการเลือกสื่อ การเขียนเนื้อหาที่ AI อ่านแล้วจับใจความได้ง่าย และการสร้าง brand mentions ที่กระจายในหลายแหล่งอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องอาศัยทั้งประสบการณ์และความเข้าใจเรื่อง AI Search โดยเฉพาะ
ข้อมูลจาก OBA PR ระบุว่าบริษัทที่ใช้ agency ได้รับผลลัพธ์ดีกว่าทีม in-house ถึง 3–5 เท่า และประหยัดต้นทุนรวมได้ถึง 60% ต่อปีเมื่อนับรวมค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นต่างๆ เช่น เวลาของพนักงานและต้นทุนที่ใช้ไปกับการไล่ติดต่อสื่อแต่ละราย ในขณะที่ทีม in-house ใช้เวลาเฉลี่ย 6–12 เดือนกว่าจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ agency พร้อมเริ่มส่งผลได้ภายใน 4–6 สัปดาห์
เปรียบเทียบต้นทุนที่แท้จริง
หลายคนคิดว่าทำเองประหยัดกว่า แต่ต้นทุนที่แท้จริงมักไม่ได้อยู่แค่ค่าบริการที่จ่ายออกไป ลองดูสิ่งที่ต้องลงทุนถ้าจะทำ PR เองอย่างจริงจัง
ถ้าจะทำ PR เองอย่างจริงจัง ต้นทุนที่ซ่อนอยู่คือเวลาที่ต้องใช้ในการค้นหาช่องทางติดต่อสำนักข่าวแต่ละราย ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีช่องทางที่ชัดเจน และเมื่อติดต่อได้แล้ว ราคาที่ได้มักเป็น price list ตั้งต้นที่สูง เพราะไม่มีอำนาจต่อรองเหมือนการผ่าน agency ที่มีความสัมพันธ์และปริมาณงานกับสื่อนั้นอยู่แล้ว ลองคิดดูว่าถ้าต้องหาช่องทางติดต่อบรรณาธิการหรือผู้รับผิดชอบของเว็บข่าวแต่ละแห่งด้วยตัวเอง ใช้เวลาแค่ไหน — นั่นคือเหตุผลที่ 83% ของ PR มืออาชีพต้องใช้เครื่องมือช่วยค้นหาข้อมูลสื่อ (Reboot Online)
ถ้าเทียบต้นทุนทั้งหมด การจ้าง agency มักคุ้มกว่าสำหรับธุรกิจที่ต้องการ PR อย่างต่อเนื่อง เพราะคุณจ่ายค่าบริการที่แน่นอนและได้ทีมงานที่มีเครื่องมือครบและมีความสัมพันธ์กับสื่อพร้อมแล้ว
SME ควรเลือกแบบไหน?
จากประสบการณ์ที่ SMEJUMP ทำงานกับลูกค้า SME มาหลายปี ผมเห็นรูปแบบที่ชัดเจนว่าธุรกิจแบบไหนได้ผลดีจากการจ้าง agency และแบบไหนทำเองก็โอเค
ทำเองเหมาะกับ ธุรกิจที่มีทีมงานด้าน content หรือการตลาดอยู่แล้ว และต้องการทำ PR เป็นครั้งคราว เช่น ลงข่าวเปิดตัวสินค้าใหม่ปีละ 1–2 ครั้ง มีเวลาเรียนรู้กระบวนการ และไม่ได้คาดหวังผลเชิงกลยุทธ์ระยะยาวในทันที
จ้าง agency เหมาะกับ ธุรกิจที่ต้องการสร้าง digital presence อย่างจริงจัง ต้องการให้แบรนด์ปรากฏบนเว็บสื่อที่มีความน่าเชื่อถือสูงอย่างสม่ำเสมอ หรืออยู่ในช่วงที่เวลามีค่ามากกว่าต้องการประหยัดต้นทุนในระยะสั้น โดยเฉพาะธุรกิจที่กำลังสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดใหม่หรือกำลังดึงดูดนักลงทุนและพาร์ทเนอร์
สำหรับ SME ที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจ ลองถามตัวเองว่า “ถ้าใช้เวลา 10 ชั่วโมงต่อเดือนไปทำ PR เอง เวลานั้นสร้างมูลค่าอะไรได้บ้างถ้าเอาไปทำอย่างอื่น?” ถ้าคำตอบคือสูงกว่าค่า PR agency มาก การจ้างมักคุ้มกว่า
| เกณฑ์เปรียบเทียบ | ทำเอง | จ้าง Agency |
|---|---|---|
| ต้นทุนเริ่มต้น | ต่ำ | กลาง–สูง |
| ต้นทุนรวม (ระยะยาว) | มักสูงกว่าที่คิด | คาดการณ์ได้ชัดเจน |
| ความเร็วในการเห็นผล | 6–12 เดือน | 4–6 สัปดาห์ |
| คุณภาพสื่อที่เข้าถึงได้ | จำกัด | กว้างกว่า |
| การควบคุม Brand Voice | ดีมาก | ดี (ต้อง brief ชัด) |
| ความต่อเนื่อง | ขึ้นกับเวลาว่าง | มีระบบ |
ก่อนจ้าง PR Agency ควรถามอะไรบ้าง?
ถ้าตัดสินใจจะใช้ agency มีสิ่งที่ควรเช็กก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าได้ผู้ให้บริการที่เหมาะกับธุรกิจของคุณจริงๆ สิ่งแรกที่ควรดูคือ เว็บสื่อที่ agency ส่งข่าวได้ ให้ขอรายชื่อพร้อม domain authority หรือตัวอย่างข่าวที่เคยลงจริง เพราะคุณภาพของเว็บสื่อส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์
นอกจากนี้ ควรถามว่า agency มีบริการช่วยเขียนข่าวหรือไม่ เพราะหลายธุรกิจมีข้อมูลดี แต่ไม่มีทักษะเขียนข่าวในแบบที่สื่อจะยอมรับ และสุดท้ายคือ วิธีรายงานผล ผู้ให้บริการที่ดีจะแจ้งให้รู้ว่าข่าวลงที่ไหนบ้าง มี traffic หรือ backlink กลับมาไหม และวัดผลได้อย่างไร
สำหรับ SME ที่ต้องการเริ่มต้นทำ PR แบบมีระบบโดยไม่ต้องสร้างทีมเองตั้งแต่ต้น ลองดู บริการลงข่าวประชาสัมพันธ์ ที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจไทยโดยเฉพาะ มีทั้งการช่วยเขียนข่าวและเลือกช่องทางที่เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ
ทำ PR เองแล้วได้ผลจริง ต้องทำอย่างไร?
ถ้าตัดสินใจจะลองทำเองก่อน ต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องทำให้ถูกตั้งแต่แรก เพราะการทำ PR แบบหว่านโดยไม่มีกลยุทธ์มักเสียทั้งเวลาและโอกาส
เริ่มจาก กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัด ว่าต้องการอะไรจาก PR เช่น สร้าง brand awareness เพิ่มความน่าเชื่อถือก่อนปิดการขาย หรือสร้าง backlink เพื่อ SEO เพราะวัตถุประสงค์ต่างกันนำไปสู่กลยุทธ์ที่ต่างกัน ต่อมาคือ เลือกสื่อที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่ลงทุกที่ที่รับ และ เขียนข่าวให้มีคุณค่าข่าวจริง ไม่ใช่แค่ข้อความโปรโมตตัวเองที่ใส่รูปแบบข่าว
ปัจจัยที่มักทำให้ PR ที่ทำเองล้มเหลวไม่ใช่ทักษะการเขียน แต่เป็นการขาดความสม่ำเสมอ ตลาด PR โลกในปี 2026 มีมูลค่าถึง 129,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ PR มากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจที่ทำ PR ครั้งเดียวแล้วหยุดมักไม่ได้ผลที่ต้องการ เพราะความน่าเชื่อถือสร้างจากการปรากฏตัวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่การลงข่าวครั้งเดียว
สรุป: เลือกแบบที่เหมาะกับสถานการณ์ธุรกิจจริงๆ
ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดสำหรับคำถามนี้ ธุรกิจที่มีทีมงานพร้อมและทำ PR เป็นครั้งคราวอาจทำเองได้ดี แต่ถ้าต้องการ PR ที่ต่อเนื่อง เข้าถึงสื่อที่มีคุณภาพ และเห็นผลเร็ว การจ้าง agency มักคุ้มกว่าในระยะยาว
สิ่งที่ผมแนะนำเสมอคืออย่าตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว ลองคำนวณเวลาที่ต้องลงทุนถ้าทำเอง แล้วตีเป็นมูลค่าเทียบกับสิ่งที่คุณจะได้รับจาก agency ถ้าตัวเลขออกมาใกล้เคียงกัน การได้ทีมที่มีประสบการณ์และมีความสัมพันธ์กับสื่ออยู่แล้วถือว่าคุ้มกว่าชัดเจน
ส่งข้อมูลถึงเรา
ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!




