แนะนำการตั้งงบ Google Ads ให้เหมาะสม
ตั้งงบ Google Ads ยังไง? ให้เหมาะสมกับธุรกิจและเป้าหมาย
ทำ Google Ads ต้องตั้งงบโฆษณาให้เป็น
ธุรกิจที่เริ่มทำโฆษณาออนไลน์มักมีคำถามว่า “ควรตั้งงบ Google Ads เท่าไหร่ถึงจะคุ้ม?” บางคนเริ่มที่วันละ 100 บาท บางคนเดือนละหลายหมื่น แต่ความจริงแล้ว “งบที่เหมาะสม” ไม่ได้มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกธุรกิจ เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมายการแข่งขันของคีย์เวิร์ด และมูลค่าของลูกค้าแต่ละราย
ทำไมการตั้งงบ Google Ads ถึงสำคัญ?
งบโฆษณาเป็นตัวกำหนดว่าโฆษณาของคุณจะมีโอกาสแสดงมากน้อยแค่ไหน หากงบน้อยเกินไป ระบบอาจแสดงโฆษณาได้ไม่เต็มวัน ทำให้เสียโอกาสในการขาย แต่ถ้างบสูงเกินความจำเป็น ก็อาจใช้เงินเกินผลลัพธ์ที่ได้รับ
การตั้งงบที่ดีควรตอบได้ 3 ข้อ
- ต้องการลูกค้ากี่รายต่อเดือน
- ยอมจ่ายต่อลูกค้าได้สูงสุดเท่าไร
- ตลาดมีการแข่งขันสูงแค่ไหน
เริ่มจาก “เป้าหมายธุรกิจ” ก่อนเสมอ
อย่าเริ่มต้นด้วยคำว่า “มีงบเท่าไหร่” แต่ให้เริ่มจาก “อยากได้ผลลัพธ์อะไร”
ตัวอย่าง
| เป้าหมาย | ตัวชี้วัด |
|---|---|
| เพิ่มยอดขาย | จำนวนออเดอร์ |
| เพิ่มลูกค้าใหม่ | จำนวนลีด |
| เพิ่มคนโทรเข้า | จำนวนสายโทร |
| เพิ่มคนเข้าร้าน | Store Visit |
| เพิ่มการรับรู้แบรนด์ | Impression / Reach |
เมื่อรู้เป้าหมายแล้วจึงค่อยย้อนกลับมาหางบประมาณที่เหมาะสม
สูตรคำนวณงบ Google Ads แบบง่าย
ใช้สูตรนี้ได้ทันที
งบต่อเดือน = จำนวนลูกค้าที่ต้องการ × ต้นทุนต่อลูกค้า (CPA)
ตัวอย่าง
- ต้องการลูกค้า 20 รายต่อเดือน
- ยอมจ่ายได้ 800 บาทต่อ 1 ลูกค้า
งบที่ควรเตรียมคือ
20 × 800 = 16,000 บาทต่อเดือน
สูตรนี้ช่วยให้ตั้งงบตามเป้าหมายธุรกิจ ไม่ใช่ตามความรู้สึก
แต่ๆๆๆๆ ไม่ใช่ว่า คุณจะได้ผลลัพธ์ตามที่คุณประมาณการณ์เสมอไป
ถ้ายังไม่รู้ CPA ต้องทำยังไง?
สำหรับธุรกิจใหม่ที่ยังไม่เคยยิงโฆษณา ให้เริ่มจากการประมาณค่า CPC ก่อน
ตัวอย่าง
- คีย์เวิร์ดมี CPC เฉลี่ย 15 บาท
- อัตราเปลี่ยนเป็นลูกค้า (Conversion Rate) 5%
คำนวณได้ว่า
- 100 คลิก = 1,500 บาท
- ได้ลูกค้า 5 ราย
- CPA ประมาณ 300 บาท
ดังนั้นหากต้องการ 20 ลูกค้า งบเริ่มต้นประมาณ 6,000 บาทต่อเดือน
ตั้งงบรายวันหรือรายเดือนดี?
Google Ads ตั้งค่าเป็น งบรายวัน แต่ระบบจะเฉลี่ยให้ทั้งเดือน
วิธีคิดง่าย ๆ
งบรายวัน = งบรายเดือน ÷ 30.4
ตัวอย่าง
- งบเดือน 15,000 บาท
- งบรายวันประมาณ 493 บาท
แนะนำให้ปัดเป็น 500 บาท/วัน
งบขั้นต่ำที่แนะนำสำหรับธุรกิจ SME
| ระดับ | งบต่อเดือน | เหมาะกับ |
| ทดลองตลาด | 5,000–10,000 บาท | ธุรกิจใหม่ |
| เริ่มจริงจัง | 15,000–30,000 บาท | SME ทั่วไป |
| แข่งขันในตลาด | 30,000–100,000 บาท | ธุรกิจที่ต้องการลีดต่อเนื่อง |
| ขยายยอดขาย | 100,000+ บาท | ธุรกิจที่มีทีมขายรองรับ |
หากงบต่ำกว่า 5,000 บาท ควรเลือกคีย์เวิร์ดเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น “คลินิกจัดฟัน พระราม 2” แทน “คลินิกจัดฟัน”
ธุรกิจแบบไหนควรใช้งบมากกว่า?
คีย์เวิร์ดแข่งขันสูง
- ประกัน
- อสังหาริมทรัพย์
- คลินิกความงาม
- กฎหมาย
- สินเชื่อ
มักมี CPC สูง จึงต้องใช้งบมากขึ้นเพื่อให้โฆษณาแสดงได้ต่อเนื่อง
คีย์เวิร์ดเฉพาะทาง
- ซ่อมนาฬิกา Rolex
- รับทำเว็บไซต์คลินิก
- โรงงานผลิตกล่องอาหาร
มักมี CPC ต่ำกว่าและแข่งขันน้อยกว่า
อย่าดูแค่งบ ให้ดู “มูลค่าลูกค้า” ด้วย
สมมติคลินิกมีลูกค้าใหม่ 1 คน มูลค่าเฉลี่ย 8,000 บาท หากยิงโฆษณาแล้วได้ลูกค้าในราคา 1,200 บาท ถือว่ายังคุ้มค่า แม้งบต่อเดือนจะสูง
ดังนั้นการตัดสินว่างบแพงหรือถูก ต้องเทียบกับ กำไรที่ลูกค้าสร้างได้จริง
ตัวอย่างการตั้งงบจริง
ร้านอาหารในกรุงเทพฯ
- ต้องการลูกค้าเพิ่มวันละ 5 โต๊ะ
- ค่าใช้จ่ายต่อโต๊ะที่ยอมรับได้ 150 บาท
งบต่อวัน = 750 บาท
งบต่อเดือน ≈ 22,500 บาท
คลินิกความงาม
- ต้องการลีด 40 ราย
- CPA เป้าหมาย 500 บาท
งบต่อเดือน = 20,000 บาท
บริษัท B2B รับทำเว็บไซต์
- ต้องการลีด 10 ราย
- CPA เป้าหมาย 2,000 บาท
งบต่อเดือน = 20,000 บาท
จะเห็นว่าแม้จำนวนลีดต่างกัน แต่งบอาจใกล้เคียงกัน เพราะมูลค่าลูกค้าไม่เท่ากัน
สัญญาณว่า “งบน้อยเกินไป”
- โฆษณาหยุดแสดงช่วงบ่ายหรือเย็น
- Impression Share ต่ำมาก
- ได้คลิกน้อยจนวิเคราะห์ข้อมูลไม่ได้
- ระบบยังอยู่ใน Learning Phase นานผิดปกติ
- ได้ Conversion ไม่ถึง 15–30 ครั้งต่อเดือน
หากเจอสัญญาณเหล่านี้ ควรเพิ่มงบทีละ 10–20% แล้วดูผลต่อเนื่อง 7–14 วัน
ตั้งงบ Google Ads ยังไง ให้เหมาะสม
หลักคิดที่ง่ายที่สุดคือ
- กำหนดจำนวนลูกค้าที่ต้องการ
- กำหนดต้นทุนต่อลูกค้าที่ยอมรับได้
- คำนวณงบด้วยสูตร ลูกค้า × CPA
- เริ่มด้วยงบที่เก็บข้อมูลได้จริง
- วัดผลจาก Conversion และกำไร ไม่ใช่จำนวนคลิก
การตั้งงบ Google Ads ที่เหมาะสมไม่ใช่การใช้เงินให้น้อยที่สุด แต่คือการใช้เงินให้ได้ ลูกค้าที่มีกำไรสูงสุด หากคุณวัดผลได้ถูกต้อง ทำโฆษณา Google Ads จะกลายเป็นเครื่องมือสร้างยอดขายที่ขยายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ส่งข้อมูลถึงเรา
ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!




