Target CPA เปลี่ยนแปลง 2026 คืออะไร
Google ประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2026 ระบบ Bidding จะปรับให้แคมเปญที่ใช้ Target CPA หรือ Target ROAS วิ่งเข้าใกล้เป้าที่ตั้งไว้มากขึ้น
ถ้าคุณยิง Google Ads อยู่แล้วและตั้ง Target CPA หรือ Target ROAS ไว้ เตรียมเช็คแคมเปญให้ดี เพราะ Google กำลังจะเปลี่ยนวิธีคำนวณ Bidding ที่อาจทำให้ต้นทุนต่อ Conversion ของคุณขยับขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว
เรื่องนี้คือ Target CPA เปลี่ยนแปลง 2026 ที่ Google ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ และมีผลกับแคมเปญจำนวนมากที่ตอนนี้ทำผลงานได้ดีกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ผมจะเล่าให้ฟังว่าเปลี่ยนอะไร กระทบใครบ้าง แล้วต้องทำอะไรก่อนเส้นตายจะมาถึง
Target CPA เปลี่ยนแปลง 2026 คืออะไร
Google ประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2026 ระบบ Bidding จะปรับให้แคมเปญที่ใช้ Target CPA หรือ Target ROAS วิ่งเข้าใกล้เป้าที่ตั้งไว้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำได้ดีกว่าเป้าเหมือนที่ผ่านมา
Google ประกาศเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026 และมีการออกมาชี้แจงเพิ่มเติมอีกรอบ หลังจากมีคำถามจากนักการตลาดจำนวนมากว่าจะกระทบธุรกิจแค่ไหน
พูดง่ายๆ คือถ้าตอนนี้คุณตั้ง Target CPA ไว้ 300 บาท แต่ระบบทำได้จริงแค่ 150 บาท หลังวันที่ 17 สิงหาคมเป็นต้นไป ตัวเลขจริงจะค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ 300 บาทมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคุณไม่เข้าไปปรับอะไรเลย
ทำไม Google ถึงต้องเปลี่ยนระบบนี้
ปัญหาที่ Google เจอคือแคมเปญที่มีสถานะ Limited by budget หรืองบไม่พอในแต่ละวัน มักทำผลงานได้ดีกว่าเป้าที่ตั้งไว้เยอะ เพราะระบบเลือกเฉพาะโอกาสที่ถูกและคุ้มที่สุดก่อน
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องดี แต่ปัญหาคือพอคนทำ Google Ads เพิ่มงบโฆษณา ระบบก็ไปเจอ Auction ที่แพงขึ้น ทำให้ต้นทุนจริงสวิงขึ้นแบบคาดเดาไม่ได้ นักการตลาดหลายคนจึงกลัวการเพิ่มงบ เพราะไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปแค่ไหน
Google เลยแก้ปัญหานี้ด้วยการทำให้ระบบวิ่งเข้าใกล้ Target ที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้เจ้าของธุรกิจเพิ่มงบได้อย่างมั่นใจมากขึ้น เพราะรู้ล่วงหน้าว่าต้นทุนจะอยู่แถวไหน
แคมเปญประเภทไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบ
เรื่องนี้กระทบเฉพาะแคมเปญที่เข้าเงื่อนไข 2 อย่างพร้อมกัน คือใช้ Bidding แบบ Target CPA หรือ Target ROAS และมีสถานะ Limited by budget เท่านั้น
ประเภทแคมเปญที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ Search, Shopping, Performance Max และ Demand Gen ส่วน Display กับ Hotel ใช้ระบบ Bidding แบบใหม่นี้อยู่แล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ จึงไม่มีอะไรเปลี่ยน
ที่ไม่กระทบเลยคือ App Campaigns, Video reach campaigns และ Video view campaigns หรือ VVC เพราะแคมเปญกลุ่มนี้ยังใช้ Bidding แบบเดิมต่อไป
ถ้าคุณทำ Search Ads เป็นหลักแบบธุรกิจ SME ส่วนใหญ่ นี่คือกลุ่มที่มีโอกาสโดนกระทบสูงสุด โดยเฉพาะแคมเปญที่งบต่อวันตึงมือมาตลอด
ธุรกิจที่พึ่งพา บริการดูแล Google Ads จากทีมมืออาชีพ มักไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มาก เพราะมีคนคอยเช็คสถานะแคมเปญและปรับ Target ให้ทันเวลาอยู่แล้ว แต่ถ้าดูแลเองต้องเข้าไปเช็คด้วยตัวเองก่อนเส้นตาย
Google มีเครื่องมือช่วยเช็คไหม
มี Google เปิดตัวเครื่องมือชื่อ Bid Target Adjustment Tool ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2026 เพื่อให้เจ้าของแคมเปญเข้าไปดูผลงานย้อนหลังและปรับ Target ได้ในที่เดียว เครื่องมือนี้ออกมาเพื่อรองรับ Target CPA เปลี่ยนแปลง 2026 โดยเฉพาะ
เครื่องมือนี้จะแสดงให้เห็นว่าแคมเปญไหนที่ทำได้ดีกว่าเป้ามาตลอด แล้วเสนอให้คุณกด Apply เพื่อปรับ Target ให้ตรงกับผลงานจริงที่ผ่านมา หรือจะตั้งเลขใหม่เองก็ได้
สิ่งสำคัญคือ Google ย้ำชัดเจนว่าจะไม่ปรับ Target หรือ Budget ให้อัตโนมัติ ทุกอย่างต้องเข้าไปตรวจสอบและกดยืนยันเองทั้งหมด
เคสจริงจากบัญชีโฆษณาของ SMEJUMP
ผมลองเปิดบัญชีโฆษณาของ SME Jump เองมาดูเป็นตัวอย่าง เจอแคมเปญ Performance Max ตัวหนึ่งที่ยังไม่ได้ปรับ ตั้งสถานะ Limited by budget ไว้พอดี
ดูค่าเฉลี่ย Cost per conversion ย้อนหลัง 30 วัน อยู่ที่ 16.54 บาท แต่ในการตั้งค่าแคมเปญตั้ง Target CPA ไว้ที่ 21.88 บาท ห่างกันไม่มาก
เคสแบบนี้ผมเลือกไม่ปรับอะไรเลย เพราะต้นทุนที่จะขยับขึ้นไปแตะ 21.88 บาทยังถือว่าคุ้มอยู่ ไม่ได้กระทบกำไรมากนัก
แต่ถ้าสมมติแคมเปญไหนตั้ง Target ไว้สูงลิ่วเกินจริง เช่นตั้งไว้ 300 บาท ทั้งที่ระบบทำได้จริงแค่ 16 บาท เคสแบบนั้นอันตรายมาก เพราะหลัง 17 สิงหาคมต้นทุนอาจไต่ขึ้นไปใกล้ 300 บาทได้จริงๆ ถ้าไม่รีบเข้าไปแก้
ควรทำอะไรก่อนวันที่ 17 สิงหาคม
ขั้นแรก เข้าไปดูทุกแคมเปญที่ใช้ Target CPA หรือ Target ROAS แล้วเช็คสถานะว่าตัวไหนเป็น Limited by budget บ้าง เพราะมีแค่กลุ่มนี้เท่านั้นที่กระทบ
ขั้นต่อมา ดูผลงานย้อนหลัง 28-30 วัน เทียบกับ Target ที่ตั้งไว้ ถ้าห่างกันเยอะ ต้องตัดสินใจว่าจะปรับ Target ลงมาใกล้ผลงานจริงแค่ไหน
จากประสบการณ์ผม แนะนำให้เผื่อ Buffer ไว้สักหน่อย ไม่ตั้งตามผลงานจริงเป๊ะๆ เพราะถ้ากดต่ำเกินไป ระบบจะเข้มงวดจนไม่ยอมไปหาโอกาสใหม่ๆ ให้เลย ลองบวกเพิ่มจากค่าเฉลี่ยอีกประมาณ 15-20% แล้วดูว่ายังกำไรอยู่ไหม ถ้ายังโอเคก็ตั้งไว้ระดับนั้น
ถ้าไม่มั่นใจว่าจะตั้งเท่าไหร่ดี อีกทางเลือกคือเปลี่ยนไปใช้ Maximize Conversions ชั่วคราว เพื่อให้ระบบไปหา Conversion สูงสุดก่อน แล้วค่อยกลับมาตั้ง Target CPA ใหม่หลังจากเก็บข้อมูลได้สัก 28 วัน
สุดท้าย อย่าปล่อยให้ถึงวันที่ 17 สิงหาคมแล้วค่อยมาแก้ ควรเริ่มเช็คตั้งแต่ตอนนี้ เพราะการปรับ Target ต้องให้เวลาระบบเรียนรู้ใหม่ด้วย ไม่ใช่ปรับปุ๊บได้ผลปั๊บ
เรื่อง Target CPA เปลี่ยนแปลง 2026 อาจฟังดูเป็นแค่การปรับ Algorithm เล็กๆ แต่ถ้าคุณมีแคมเปญที่ Limited by budget แล้วตั้ง Target ไว้สูงเกินจริงมานาน นี่คือจุดที่ต้นทุนอาจกระโดดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว เข้าไปเช็คบัญชีของคุณตั้งแต่วันนี้ แล้วปรับ Target ให้ตรงกับความเป็นจริง จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวทีหลัง
ส่งข้อมูลถึงเรา
ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!



