งบโฆษณา Facebook ควรเริ่มเท่าไหร่?
สูตรคำนวณสำหรับธุรกิจ SME
งบโฆษณา Facebook ควรเริ่มเท่าไหร่? สูตรคำนวณสำหรับธุรกิจ SME
“ควรใช้งบเท่าไหร่ดี?” — นี่คือคำถามที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดจากเจ้าของธุรกิจ SME ที่กำลังจะเริ่มยิงแอด Facebook และผมเข้าใจดีว่าทำไมคำถามนี้ถึงสำคัญ เพราะการตั้งงบโฆษณาที่ผิดพลาดอาจทำให้คุณเสียเงินโดยไม่เห็นผล หรือพลาดโอกาสสร้างยอดขายที่ควรจะได้
จากประสบการณ์บริหารแคมเปญโฆษณาให้ธุรกิจ SME ในไทยมากว่า 10 ปี ผมพบว่าปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ “งบน้อยเกินไป” แต่อยู่ที่ “ไม่รู้วิธีคำนวณงบที่เหมาะสม” บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้สูตรการตั้งงบโฆษณา Facebook ที่ใช้ได้จริง พร้อมตัวเลขอ้างอิงจากประสบการณ์ตรงและข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
ทำความเข้าใจต้นทุนโฆษณา Facebook ในตลาดไทย
ก่อนจะตั้งงบ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าเงินที่จ่ายไปนั้นถูกใช้อย่างไร ระบบโฆษณาของ Facebook ทำงานแบบประมูล หมายความว่าคุณกำลังแข่งขันกับผู้ลงโฆษณารายอื่นเพื่อแย่งพื้นที่แสดงโฆษณาบนหน้าจอของกลุ่มเป้าหมาย ยิ่งมีคู่แข่งมาก ต้นทุนก็ยิ่งสูงขึ้น
ข้อมูลจาก Phoenix Media ระบุว่าในปี 2025 ต้นทุนเฉลี่ยของโฆษณา Facebook ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ CPM 120 บาท (ต้นทุนต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง) และ CPC ประมาณ 11.50 บาท (ต้นทุนต่อคลิก) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 9-40% ขึ้นอยู่กับตัวชี้วัด
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ย ธุรกิจของคุณอาจได้ต้นทุนที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่านี้ ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรม คุณภาพชิ้นงานโฆษณา และการแข่งขันในกลุ่มเป้าหมายของคุณ แต่อย่างน้อยตัวเลขนี้จะช่วยให้คุณมีจุดเริ่มต้นในการคำนวณ
งบเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับธุรกิจ SME
ผมมักแนะนำให้ SME ที่เพิ่งเริ่มต้นยิงแอด Facebook ตั้งงบรายวันอยู่ที่ 100-300 บาทต่อวัน หรือประมาณ 3,000-9,000 บาทต่อเดือน ทำไมถึงเป็นตัวเลขนี้? เพราะมันเพียงพอสำหรับให้ระบบ AI ของ Facebook ได้เรียนรู้ว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมกับโฆษณาของคุณ
ข้อมูลจาก WebFX ยืนยันแนวคิดนี้ โดยระบุว่าการทดสอบแคมเปญควรใช้งบอย่างน้อย $5 ต่อวัน (ประมาณ 175 บาท) เป็นเวลา 6-7 วัน เพื่อให้ระบบของ Meta มีเวลาเรียนรู้และนำส่งโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ งบก้อนแรกนี้ไม่ใช่ “ค่าโฆษณา” แต่เป็น “ค่าเรียนรู้” คุณกำลังจ่ายเงินให้ระบบ AI เพื่อให้มันเข้าใจว่าลูกค้าของคุณมีพฤติกรรมอย่างไร ดังนั้นอย่าคาดหวังกำไรทันทีในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
สูตรคำนวณงบโฆษณาจากเป้าหมายยอดขาย
เมื่อผ่านช่วงทดสอบแล้ว คุณจะเริ่มมีข้อมูลสำคัญ เช่น ต้นทุนต่อคลิก (CPC) และอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า (Conversion Rate) ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณคำนวณงบประมาณได้แม่นยำขึ้น
สูตรคำนวณงบจากเป้าหมายยอดขาย:
ขั้นตอนที่ 1: คำนวณจำนวนคนที่ต้องเข้าเว็บไซต์
จำนวนคนที่ต้องการ = จำนวนยอดขายที่ต้องการ ÷ อัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า
ขั้นตอนที่ 2: คำนวณงบโฆษณา
งบโฆษณา = จำนวนคนที่ต้องการ × ต้นทุนต่อคลิก (CPC)
ตัวอย่างการคำนวณ: สมมติคุณขายสินค้าออนไลน์และต้องการยอดขาย 100 ออเดอร์ต่อเดือน เว็บไซต์ของคุณมีอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า 2% และต้นทุนต่อคลิกอยู่ที่ 10 บาท
จำนวนคนที่ต้องเข้าเว็บ = 100 ÷ 0.02 = 5,000 คน
งบโฆษณาที่ต้องใช้ = 5,000 × 10 = 50,000 บาทต่อเดือน
สูตรนี้ช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่าต้องใช้งบเท่าไหร่เพื่อให้ถึงเป้าหมาย และที่สำคัญกว่านั้น มันชี้ให้เห็นว่าถ้าคุณปรับปรุงอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าให้สูงขึ้น งบโฆษณาที่ต้องใช้ก็จะลดลงอย่างมาก
สูตร Break-Even ROAS: รู้ว่าต้องได้ยอดขายเท่าไหร่ถึงคุ้มทุน
ROAS (Return on Ad Spend) คืออัตราผลตอบแทนจากการโฆษณา ซึ่งคำนวณจากยอดขายที่ได้หารด้วยค่าโฆษณาที่จ่ายไป แต่หลายคนเข้าใจผิดว่า ROAS 1 เท่า (หรือ 100%) หมายความว่าคุ้มทุนแล้ว ซึ่งไม่จริง
สูตรหา Break-Even ROAS:
Break-Even ROAS = 1 ÷ อัตรากำไรขั้นต้น (คิดเป็นทศนิยม)
ตัวอย่าง: สมมติคุณขายสินค้าราคา 1,000 บาท มีต้นทุนสินค้า 400 บาท ค่าจัดส่ง 50 บาท และค่าดำเนินการอื่นๆ 50 บาท รวมต้นทุน 500 บาท เท่ากับกำไรขั้นต้น 500 บาท หรือ 50%
Break-Even ROAS = 1 ÷ 0.5 = 2
ผลลัพธ์นี้หมายความว่า ทุกๆ 1 บาทที่คุณจ่ายค่าโฆษณา คุณต้องได้ยอดขายกลับมาอย่างน้อย 2 บาท จึงจะไม่ขาดทุน ถ้าคุณจ่ายค่าแอด 10,000 บาท คุณต้องได้ยอดขายอย่างน้อย 20,000 บาท
ตัวเลข Break-Even ROAS นี้สำคัญมาก เพราะมันเป็นเส้นแบ่งระหว่าง “กำไร” กับ “ขาดทุน” แคมเปญใดที่ให้ ROAS ต่ำกว่านี้ คุณต้องปรับปรุงหรือหยุดทันที
กฎ 50 Conversions: หลักการที่ต้องรู้ก่อนตั้งงบ
ข้อมูลจาก Madgicx ระบุว่า Facebook ต้องการ Conversion (การกระทำที่คุณต้องการ เช่น การซื้อ หรือการส่งข้อความ) ประมาณ 50 ครั้งต่อ Ad Set ภายใน 7 วัน เพื่อให้ระบบ AI ออกจาก Learning Phase และเริ่มทำงานได้อย่างเสถียร
หมายความว่า ถ้าต้นทุนต่อ Conversion ของคุณอยู่ที่ 200 บาท คุณต้องมีงบอย่างน้อย 10,000 บาทต่อสัปดาห์ (หรือประมาณ 1,400 บาทต่อวัน) เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
สูตรคำนวณงบขั้นต่ำจากกฎ 50 Conversions:
งบขั้นต่ำต่อสัปดาห์ = ต้นทุนต่อ Conversion × 50
สำหรับ SME ที่มีงบจำกัด ผมแนะนำให้เริ่มจากวัตถุประสงค์ที่มีต้นทุนต่ำกว่า เช่น การส่งข้อความ หรือการคลิกเข้าเว็บไซต์ ก่อนที่จะขยับไปทำแคมเปญ Conversion เพื่อให้ระบบมีข้อมูลเพียงพอในการเรียนรู้
การแบ่งสัดส่วนงบ: Prospecting vs Retargeting
อีกหนึ่งความผิดพลาดที่พบบ่อยคือการทุ่มงบทั้งหมดไปกับ Retargeting (การยิงแอดซ้ำให้คนที่เคยเห็นโฆษณาหรือเข้าเว็บไซต์แล้ว) เพราะมันให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะสั้น แต่ถ้าคุณไม่มีคนใหม่ๆ เข้ามาในระบบ ฐานข้อมูลของคุณจะค่อยๆ หดตัวลง
ข้อมูลจาก Lebesgue ระบุว่า อัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าของ Prospecting (การหาลูกค้าใหม่) อยู่ที่ประมาณ 0.99% ในขณะที่ Retargeting สูงถึง 2.86% แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณควรทุ่มงบไปกับ Retargeting ทั้งหมด
สัดส่วนที่แนะนำ:
- Prospecting (หาลูกค้าใหม่): 70-80% ของงบทั้งหมด
- Retargeting (ติดตามผล): 20-30% ของงบทั้งหมด
สัดส่วนนี้จะช่วยให้คุณมีกระแสลูกค้าใหม่เข้ามาตลอดเวลา ในขณะที่ยังคงปิดการขายจากคนที่สนใจแล้วได้อย่างต่อเนื่อง หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการวางกลยุทธ์และจัดสรรงบโฆษณาให้เหมาะสม ลองปรึกษาบริษัทรับยิงแอด Facebook ที่มีประสบการณ์จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงจากการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง
วิธีเพิ่มงบโฆษณาอย่างปลอดภัย
เมื่อคุณพบแคมเปญที่ทำกำไรแล้ว สัญชาตญาณมักบอกให้เพิ่มงบเป็น 2-3 เท่าทันที แต่นี่คือความผิดพลาดที่ทำให้หลายคนเสียเงินโดยไม่รู้ตัว
การเพิ่มงบแบบก้าวกระโดดจะทำให้ระบบ AI ต้อง “รีเซ็ต” การเรียนรู้ใหม่ ส่งผลให้ต้นทุนต่อ Conversion พุ่งสูงขึ้นทันที
วิธีที่ถูกต้อง: เพิ่มงบครั้งละ 20-30% ทุกๆ 2-3 วัน ตราบใดที่ผลลัพธ์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ วิธีนี้จะช่วยให้ระบบปรับตัวได้ทันโดยไม่ทำลายประสิทธิภาพของแคมเปญ
ตัวอย่าง: ถ้าคุณใช้งบ 500 บาทต่อวันและได้ผลดี ให้เพิ่มเป็น 600-650 บาท รอดูผล 2-3 วัน แล้วค่อยเพิ่มอีกครั้ง วนซ้ำไปจนกว่าจะถึงงบเป้าหมาย
ต้นทุนที่แตกต่างตามประเภทธุรกิจ
ธรรมชาติของสินค้าและพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อส่งผลต่อต้นทุนโฆษณาอย่างมาก ข้อมูลจาก Lebesgue แสดงให้เห็นว่า:
- แฟชั่นและเครื่องแต่งกาย: CTR สูง 2.84%, ต้นทุนต่อลูกค้าประมาณ $36.76
- อาหารและเครื่องดื่ม: อัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าสูง 1.54%, ต้นทุนต่อลูกค้าประมาณ $38.15
- สุขภาพและความงาม: การแข่งขันสูง, CTR 1.98%, ต้นทุนต่อลูกค้าประมาณ $37.92
- ของตกแต่งบ้าน: CTR สูงสุด 2.92% แต่ Conversion Rate ต่ำ 0.61% เพราะคนใช้เวลาตัดสินใจนาน
ถ้าธุรกิจของคุณอยู่ในกลุ่มที่ลูกค้าใช้เวลาตัดสินใจนาน เช่น เฟอร์นิเจอร์หรืออสังหาริมทรัพย์ คุณต้องเผื่องบสำหรับ Retargeting ระยะยาวมากขึ้น
ตารางสรุป: งบโฆษณา Facebook ตามระดับธุรกิจ
| ระดับธุรกิจ | งบแนะนำต่อวัน | งบต่อเดือน | เป้าหมายหลัก |
|---|---|---|---|
| เริ่มต้น/ทดสอบ | 100-300 บาท | 3,000-9,000 บาท | เก็บข้อมูล หาชิ้นงานที่ได้ผล |
| SME ขนาดเล็ก | 300-1,000 บาท | 9,000-30,000 บาท | สร้างยอดขายสม่ำเสมอ |
| SME ขนาดกลาง | 1,000-3,000 บาท | 30,000-90,000 บาท | ขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย |
| ธุรกิจที่พร้อมขยาย | 3,000 บาทขึ้นไป | 90,000 บาทขึ้นไป | Scale ธุรกิจ ครองส่วนแบ่งตลาด |
ข้อควรระวังที่ทำให้เสียเงินโดยไม่รู้ตัว
จากประสบการณ์ที่ผมเห็นมา มีหลุมพรางหลายอย่างที่ทำให้ SME เสียเงินค่าโฆษณาโดยไม่ได้ผลลัพธ์ที่ควรจะได้:
1. กลุ่มเป้าหมายทับซ้อนกัน (Audience Overlap): ถ้าคุณสร้าง Ad Set หลายตัวที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายคล้ายกัน ระบบจะต้องเลือกว่าจะแสดงโฆษณาตัวไหน ทำให้บาง Ad Set ไม่ได้ใช้งบอย่างเต็มที่
2. Ad Fatigue: การใช้ชิ้นงานโฆษณาเดิมซ้ำๆ นานเกินไปทำให้คนเบื่อ ส่งผลให้ CTR ตกและต้นทุนสูงขึ้น ควรหมุนเวียนชิ้นงานใหม่ทุก 7-10 วัน
3. ใช้แค่ปุ่ม Boost Post: การกด Boost หน้าเพจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ก็เป็นวิธีที่ควบคุมได้น้อยที่สุดด้วย ถ้าคุณจริงจังกับการทำโฆษณา ควรใช้ Ads Manager เพื่อควบคุมทุกอย่างได้ละเอียดกว่า
4. ไม่ติดตั้ง Facebook Pixel: Pixel ช่วยให้คุณติดตามพฤติกรรมของคนที่เข้าเว็บไซต์ ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำ Retargeting และวัดผล Conversion อย่างแม่นยำ
บทสรุป
การตั้งงบโฆษณา Facebook ที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องของการเดาสุ่ม แต่เป็นการคำนวณจากข้อมูลจริงของธุรกิจคุณ เริ่มต้นด้วยงบทดสอบ 100-300 บาทต่อวัน เก็บข้อมูลให้เพียงพอ แล้วใช้สูตรที่ผมแนะนำในบทความนี้เพื่อคำนวณงบที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณ
สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ อย่าเพิ่งคาดหวังกำไรในช่วงแรก ให้มองงบก้อนแรกเป็นค่าเรียนรู้ เมื่อคุณเข้าใจต้นทุนและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายแล้ว การขยายงบเพื่อเพิ่มยอดขายจะทำได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แหล่งอ้างอิง
- Phoenix Media. (2025). The Costs of Facebook, Google and LINE Ads in Thailand for 2025. https://www.phoenixmedia.co.th/the-costs-of-facebook-google-and-line-ads-in-thailand-for-2025/
- WebFX. (2026). How Much Do Facebook Ads Cost in 2026?. https://www.webfx.com/social-media/pricing/how-much-does-facebook-advertising-cost/
- Madgicx. (2025). E-commerce Budget Guide: Facebook Ads Cost in 2025. https://madgicx.com/blog/facebook-ads-cost
- Lebesgue. (2026). Facebook Benchmarks by Industry: CTR, CPM, CR, and CAC. https://lebesgue.io/facebook-ads/facebook-benchmarks-by-industry-ctr-cpm-cr-and-cac
ส่งข้อมูลถึงเรา
ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!




